เมื่อวันที่ 21 มกราคม ที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส.สาขาตลาดกลางขอนแก่น นายประเสริฐ ลือชาธนานนท์ รอง ผวจ.ขอนแก่น พร้อมด้วย นายธนู โตสัจจะ ผู้อำนวยการ ธ.ก.ส.สาขาขอนแก่น และ พ.อ.ไมตรี บัตรชา รองเสนาธิการ มทบ.23 ร่วมมอบเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติด้านการเกษตร ประจำปี 2557 ซึ่ง ธกส.สาขาขอนแกน ร่วมกับทางจังหวัดและ มทบ.23 ได้กำหนดพิธีการส่งมอบเงินให้ความช่วยเหลือดังกล่าวพร้อมกันทั้ง26 อำเภอของ จ.ขอนแกน โดยมีเกษตรกรเดินทางมารับเงินช่วยเหลือกันอย่างคับคั่ง
นายประเสริฐ ลือชาธนานนท์ รอง ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า การให้ความช่วยเหลือดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีการอนุมัติงบประมาณสำหรับการให้ความช่วยเหลือเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมาและในขณะนี้ได้มีการจัดสรรงบประมาณมาให้กับทางจังหวัดผ่านทาง ธ.ก.ส.เป็นผู้ดำเนินการแยกเป็นการให้ความช่วยเหลือ 3 ประเภท ประกอบด้วยฝนแล้งและภัยแล้ง วงเงินช่วยเหลือ 438,444,368.25 บาท ภัยโรคระบาดพืช วงเงินช่วยเหลือ 9,640,904 บาท และอุทกภัย วงเงินช่วยเหลือ 1,001,423.50 บาท ซึ่งในการให้ความช่วยเหลือดังกล่าวนี้มีเกษตรกรได้รับการช่วยเหลือพร้อมกัยนทั้งจังหวัดรวม 47,664 ราย รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 449,086,695.75 บาท ซึ่งได้มีการโอนเงินจาก ธ.ก.ส.ทุกสาขาของจังหวัดไปยังบัญชีธนาคารของเกษตรกรที่อยู่ในเกณฑ์การได้รับความช่วยเหลือขณะที่บางส่วนมีการติดต่อขอรับและเบิกเงินสดไปเพื่อใช้จ่ายในด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่องแล้ว
“นับเป็นการให้ความช่วยเหลือของรัฐบาลแก่ผู้ประสบภัยครอบคลุมทุกพื้นที่ของประเทศโดยเฉพาะภาคอีสานที่ถือเป็นภูมิภาคที่ประสบปัญหาภัยแล้งมากที่สุดและในขณะนี้จัดอยู่ใน 1 ของ 14 ของจังหวัดที่ประสบปัญหาภัยแล้งขั้นรุนแรง ดังนั้น การให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ เป็นสิ่งที่ทางจังหวัดและทุกหน่วยงานจะต้องเร่งดำเนินการอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการจ่ายเงินชดเชยให้กับผู้ประสบภัยดังกล่าวนี้ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในมาตรการที่รัฐบาลตั้งใจจริงต่อการแก้ปัญหาให้กับประชาชนซึ่งจากากรพูดคุยกับเกษตรกรที่ได้รับความช่วยเหลือส่วนใหญ่จะนำไปจ่ายค่าปุ๋ย ค่าเมล็ดพันธุ์และใช้จ่ายภายในครอบครัวซึ่งเป็นการช่วยเหลือที่ชดเชยจากค่าความเสียหายด้านผลผลิตทาการเกษตรได้ในระดับหนึ่ง” นายประเสริฐกล่าว
รอง ผวจ.ขอนแก่นกล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ขอนแก่นประสบภัยแล้ง 16 อำเภอ โดยมีพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อนรวม 105 ตำบล 1,005 หมู่บ้าน ทั้งหมดอยู่ในพื้นที่อำเภอพระยืน สีชมพู แวงใหญ่ บ้านแฮด เวียงเก่า ชนบท ชุมแพ บ้านฝาง พลมัญจาคีรี หนองนำคำ ภูเวียง หนองสองห้อง แวงน้อย เมืองขอนแก่น เปือยน้อย ประชาชนจำนวน 53,454 คน โดยมีพื้นที่ทางการเกษตรได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะนาข้าว 478,373 ไร่ ขณะที่สถานการณ์น้ำในเขื่อนอุบลรัตน์ขณะนี้มีปริมานน้ำเหลือเพียง 703.81 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 28.95 ของความจุของอ่าง มีปริมาณใช้การได้จริงเพียง 122.14 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 6.60 และยังคงต้องระบายน้ำเพียง 500,000 ลูกบาศก์เมตร ต่อวันเพื่ออุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศท้ายน้ำและเพิ่มปริมาณออกซิเจนในแม่น้ำ อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นถือว่ามีปริมาณน้ำน้อยมากในรอบ 10 ปี จังหวัดจึงต้องขอความร่วมมือกับเกษตรกร ในเขตชลประทาน 26 อำเภองดปลูกข้าวนาปรังโดยเด็ดขาดเพราะเสี่ยงต่อภัยแล้งและเร่งให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ อย่างเต็มที่

