หน้าแรก ภูมิภาค เร่งแกะรอยหาห...

เร่งแกะรอยหาหลักฐานฆ่าโหดแท็กซี่ ญาติเชื่อฆ่าชิงทรัพย์ น้องสาวเผยปกติไม่รับลูกค้ากลางคืน

25.03.18 | 23:18 น.

จากเหตุการณ์ที่นายเสน่ห์ ปิ่นทำนัก อายุ 63 ปี คนขับรถแท็กซี่บุคคล สีเขียวเหลืองหมายเลขทะเบียน 1 มก 9505 กรุงเทพมหานคร ถูกคนร้ายใช้ของมีคมฆ่าปาดคอเสียชีวิตอย่างน่าสยดสยอง แล้วทิ้งศพกับรถไว้ที่บริเวณกองขยะ ถนนเส้นทางเอกชัย สายเก่า ม.2 ต.กาหลง อ.เมืองสมุทรสาคร โดยมีทรัพย์สินที่สูญหายไปในเบื้องต้นคือ กระเป๋าเงินของผู้เสียชีวิต ตามที่รายงานไปแล้วนั้น


ต่อมาภายใต้การบังคับการของ พล.ต.ต.มานะ อินพิทักษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร ก็ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ปัญจพล ชำนาญหมอ ผกก.สภ.บางโทรัด พร้อมด้วย พ.ต.ท.นนท์ ภักดีพันธุ์ รอง ผกก.สส.สภ.บางโทรัด และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.บางโทรัด สนธิกำลังร่วมกับ ตำรวจสืบสวนภูธรจังหวัดสมุทรสาคร และตำรวจสืบสวนภาค 7 เร่งหาหลักฐานเพิ่มเติมทั้งจากในที่เกิดเหตุ , ภายในรถแท็กซี่ที่พบว่า มีการกดมิเตอร์มีระยะทางรวม 54 กิโลเมตร จึงเชื่อได้ว่าเป็นการรับลูกค้าเพื่อไปส่งยังพื้นที่เป้าหมายของฆาตรกรอย่างแน่นอน และจุดที่คาดว่าคนขับรถแท็กซี่ไปรับตัวฆาตรกรขึ้นรถมา รวมถึงการแกะรอยจากเส้นทางที่คนขับรถแท็กซี่ขับผ่านมาจนถึงจุดเกิดเหตุที่ถูกล่อลวงมาฆาตรกรรม

ส่วนทางด้านของ พ.ต.ต.สุชาติ สมบูรณ์ สว.สอบสวน สภ.บางโทรัด ก็ได้เชิญตัวญาติของผู้เสียชีวิต ซึ่งมีน้องสาว กับ หลานๆ มาให้ปากคำ เพื่อหาชนวนเหตุอื่นๆ ที่อาจจะนำไปสู่การฆาตรกรรมได้ แต่เบื้องต้นยังไม่พบปมขัดแย้งใดๆ จึงมุ่งเป้าไปประเด็นของการฆ่าชิงทรัพย์เป็นสำคัญ

ด้านน้องสาวของผู้เสียชีวิตที่ได้เดินทางมาให้ข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจนานหลายชั่วโมง ก็บอกกับผู้สื่อข่าวว่า นายเสน่ห์ฯ ผู้เสียชีวิตนั้น เป็นคนดีมีน้ำใจ ไม่เคยมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับใคร และเป็นที่รักของคนขับแท็กซี่ที่อยู่ร่วมคิวเดียวกัน ซึ่งก่อนเกิดเหตุ 2 วัน คือเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมานั้น พี่ชายได้ไปซื้อสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 3 บาท มาใส่ 1 เส้น เพื่อจะไปงานบวชหลานชายในวันเสาร์ ครั้นพอตอนบ่ายวันเสาร์เมื่อบวชหลานชายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันกลับที่พัก โดยพี่ชายจะพักอยู่ที่ห้องเช่าเพียงลำพัง ไม่มีครอบครัวอยู่ด้วย ซึ่งปกติแล้วพี่ชายจะไม่เคยออกไปรับลูกค้าตอนกลางคืน โดยจะออกจากห้องไปขับรถตั้งแต่ตอนประมาณ 6 โมงเช้า และพอ 2 – 3 ทุ่มก็จะกลับเข้าที่พัก แต่ชุดที่พบสวมใส่ขณะเป็นศพนั้นกลับเป็นชุดเดิมที่พี่ชายใส่ไปงานบวชหลานชายเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา จึงไม่รู้ว่าหลังจากเสร็จงานแล้วพี่ชายขับรถไปไหนอีกหรือไม่

Advertisement

ส่วนทรัพย์สินมีค่าที่สูญหายไปก็มีสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 3 บาท ที่เพิ่งจะไปทำมาใหม่ๆ กับ เงินสดราวๆ 1 – 2 หมื่นบาท ที่พี่ชายมักจะพกใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกงไปด้วยทุกวันเพราะมีนิสัยที่ไม่ชอบทิ้งของมีค่าไว้ที่ห้องพัก ขณะที่นาฬิกาข้อมือเรือนทองยี่ห้อมิโดราคา 2 หมื่นกว่าบาท ยังคงอยู่ติดกับข้อมือ และ แหวนทองอีก 1 วง ก็ยังอยู่ติดนิ้ว จึงคาดว่าคนร้ายน่าจะถอดออกไม่ทัน เพราะได้ยินเสียงคนกำลังมุ่งตรงมา จึงรีบหนีไปก่อน ทั้งนี้ทางญาติพี่น้องก็เชื่อมั่นว่า สาเหตุน่าจะมาจากการฆ่าชิงทรัพย์