“เจ้าสัวเปรมชัย” พร้อมพวก คดีล่าเสือดำ รายงานตัวต่อศาล จ.ทองผาภูมิ

เมื่อเวลา 08.50 น. วันนี้ 26 มีนาคม นายเปรมชัย กรรณสูต พร้อมพวก ทั้งหมด 4 คน จำเลยในคดีล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก พร้อมด้วยทนายความเดินทางด้วยรถตู้ฮุนได สีขาว หมายเลขทะเบียน 5 กธ 8071 กทม. เดินทางมายังศาลจังหวัดทองผาภูมิ เพื่อรายงานตัว ซึ่งเป็นวันครบกำหนดนัดฝากขังครั้งที่ 4 คือ 48 วัน ซึ่งคดีของนายเปรมชัยสามารถยื่นฝากขังได้ทั้งหมด 7 ครั้ง เพราะข้อหามีอัตราโทษสูงสุด จำคุก 10 ปี โดย นายเปรมชัย นั่งมาภายในรถตู้ฮุนได พร้อมกับผู้ต้องหา รวม 4 คน โดยมีรถยนต์แลนด์โรเวอร์ สีดำ ขับตามมาอีกคัน ซึ่งมีพนักงานขับมาเพียงคนเดียว คาดเวลากลับ นายเปรมชัย น่าจะใช้รถส่วนตัวนั่งกลับไป

เมื่อทั้งหมดมาถึง ศาลโดยมีเจ้าหน้าที่มาแจ้งให้ทั้งหมดเดินขึ้นไปยังชั้น 2 ของศาล จากการสังเกตสีหน้าของ นายเปรมชัย พบว่า มีสีหน้าเรียบเฉย

จากนั้นนายเปรมชัย พร้อมพวก ได้เข้าไปรายงานตัวที่ห้องพิจารณาคดี และลงชื่อทราบนัดครั้งต่อไป โดยใช้เวลาเพียง 15 นาที ทั้งหมดก็เดินกลับลงมาจากศาล โดยไม่ยอมเปิกปากให้สัมภาษณ์ใดๆ รวมถึงทนายความส่วนตัวด้วย โดย นายวิฑูรย์ พรายแย้ม เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวเพียงสั้นๆ ว่า นายเปรมชัยและพวกจะต้องมารายงานตัวต่อศาลจังหวัดทองผาภูมินัดต่อไปซึ่งเป็นครั้งที่ 5 ในวันที่ 9 เมษายน 2561 ก่อนทั้งหมดจะขึ้นรถยนต์ตู้ฮุนได กลับออกจากศาลไปทันที

ทางด้าน ร.ต.อ.สุมิตร บุญยะนิช รอง สว.(สอบสวน) สภ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เจ้าของคดี เปิดเผยว่า สำนักงานอัยการจ.กาญจนบุรี ได้มีหนังสือแจ้งให้พนักงานสอบสวน ดำเนินการสอบสวนรายละเอียดเพิ่มเติม ในบางกรณีที่ยังไม่ละเอียดรัดกุม โดยได้มีการสอบปากคำเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ ในเรื่องความเสียหายต่อระบบนิเวศน์ และสอบปากคำเจ้าหน้าที่ในเรื่องอนุสัญญาไซเตส โดยได้ดำเนินการเรื่องดังกล่าวเรียบร้อย และส่งมอบสำนวนเพิ่มเติมให้อัยการ จ.ทองผาภูมิ ไปเรียบร้อยแล้วเช่นกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการฟ้องความเสียหายทางแพ่งครั้งนี้ ถือเป็นการฟ้องแพ่งความเสียหายด้านสัตว์ป่าเป็นครั้งแรกของกรมอุทยานฯ โดยทางกรมอุทยานฯ ได้รวบรวมหลักฐานที่สามารถคำนวณความเสียหายที่เกิดจากผู้ต้องหาเข้าไปล่าสัตว์ป่า โดยเฉพาะเสือดำ ไก่ฟ้าหลังขาว ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก ตาม ปจว.ข้อ2 เวลา15.30น.คดีอาญาที่26/2561 ลงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 มีรายละเอียดประกอบด้วย เสือดำ 1 ตัวอายุราว 5 ปี เป็นเสือดำชนิดย่อย เสือดำอินโดจีน หรือ INDOCHINESE LEOPARD มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า PANTHERAPARDUS DELACOURI เป็นสัตว์ป่าที่หายากและใกล้จะสูญพันธุ์ มีสถานะภาพทางกฎหมาย เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองพวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ลำดับที่ 182 ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 และบัญชีหมายเลข 1 ของอนุสัญญาไซเตส คิดเป็นค่าเสียหายตัวละ 3,012,000 บาท ไก่ฟ้าหลังขาวธรรมดา จำนวน 1 ตัว เป็นตัวเต็มวัย มีชื่อวิทยาศาสตร์ ว่า LOPHURANYCTHEMERA เป็นสัตว์ป่าที่พบเห็นได้บ่อย สถานภาพทางกฎหมายเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองพวกนก ลำดับที่ 6 และเป็นชนิดที่อนุญาตให้เพาะพันธุ์ได้ ตามพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 คิดค่าเสียหายเป็นเงินตัวละ 22,612 บาท รวมค่าเสียหายทั้งเสือดำและไก่ฟ้า รวมเป็นเงิน 3,034,612 บาท ซึ่งความเสียหายที่เกิดขึ้นนี้ เป็นเพียงค่าความเสียหายด้านสัตว์ป่าเท่านั้น ยังไม่ได้รวมค่าเสียหายทั้งระบบ คือระบบนิเวศน์สัตว์ป่า และระบบนิเวศน์ของพืช ซึ่งมีความสัมพันธ์กัน ดังนั้นจึงคาดว่ามูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นคงสูงกว่ามูลค่าความเสียหายเดิมที่คาดการณ์ไว้อย่างแน่นอน

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon