เมื่อวันที่ 26 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่มีข่าวทางสื่อโซเชียลว่า มีเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งในเขต ต.ละลาย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ถูกผู้หญิงร้องเรียนว่าถูกเจ้าอาวาสล่วงละเมิดทางเพศหลายครั้งจนตั้งครรภ์ แต่เจ้าอาวาสให้ไปทำแท้งนั้น ล่าสุดได้เดินทางไปที่วัดแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านโคกเจริญ ต.ละลาย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ พบว่าแกนนำชาวบ้าน นำโดย นายประหยัด สุขจิต ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 บ้านโคกเจริญ พร้อมด้วย นายชัยณรงค์ ม่วงทอง อบต.หมู่ 12 บ้านโคกพัฒนา นายพรนิมิต สมพร อบต.หมู่ 6 ต.ละลาย นายสถิตย์ บุญศรี เกษตร ต.ละลาย เป็นตัวแทนของชาวบ้าน 4 หมู่บ้าน ประกอบด้วย บ้านโคกเจริญ บ้านโคกพัฒนา บ้านโคกเจริญใหม่ และบ้านโคกสมบูรณ์ ได้เข้าพบพระคำแพง กตปุญโญ รองเจ้าอาวาสวัดดังกล่าว เพื่อหารือถึงเรื่องดังกล่าว

นายประหยัดกล่าวว่า เมื่อวันที่ 23 มีนาคม ได้รับโทรศัพท์จากนางลี (นามสมมุติ) ซึ่งเป็นภรรยาของช่างวาดภาพตามผนังโบสถ์และศาลาวัด ร้องเรียนว่าถูกเจ้าอาวาสวัดล่วงละเมิดทางเพศหลายครั้ง จนทำให้ตั้งท้อง และต่อมาเจ้าอาวาสได้ให้ไปทำแท้ง แต่ไม่ทำ จึงได้แจ้งให้ผู้ใหญ่บ้านทั้ง 3 หมู่บ้านได้รับทราบ รวมทั้งได้เชิญผู้นำหมู่บ้าน อบต.ประจำหมู่บ้าน และเรียกประชุมชาวบ้านทั้งหมด ซึ่งมีชาวบ้านมาร่วมประชุมประมาณ 50 คน พร้อมทั้งได้แจ้งให้พนักงานสอบสวน สภ.โดนเอาว์ มาร่วมรับทราบข้อมูลด้วย โดยได้ให้นางลีเล่าพฤติกรรม เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นให้ชาวบ้านได้รับทราบ พร้อมทั้งนิมนต์เจ้าอาวาสวัดร่วมฟังด้วย
“นางลีได้เล่าพฤติการณ์ที่ถูกเจ้าอาวาสวัดล่วงละเมิดทางเพศตามสถานที่ต่างๆ ทั้งในรถ ในโบสถ์ ในกุฏิ ซึ่งทุกคนได้พากันรับทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่เมื่อสอบถามข้อเท็จจริงจากเจ้าอาวาสวัด ได้ปฏิเสธว่าไม่เคยมีพฤติกรรมตามที่ถูกกล่าวหา ขณะเดียวกัน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 11 ได้ทำบันทึกข้อตกลง 1 ฉบับ เพื่อให้เจ้าอาวาสวัดได้ลงนามรับทราบว่า ชาวบ้านทั้ง 4 หมู่บ้าน ไม่ต้องการให้เจ้าอาวาสอยู่ในวัดนี้อีกต่อไป เนื่องจากเชื่อในข้อมูลของนางลี และเห็นว่าทำให้ชื่อเสียงของวัดมัวหมอง แต่อย่างไรก็ตาม ในฐานะที่เป็นผู้นำหมู่บ้าน ยังไม่ปักใจเชื่อว่าเจ้าอาวาสจะทำผิดจริง เนื่องจากว่าเห็นว่าเป็นเพียงคำบอกเล่าของฝ่ายหญิง ไม่มีพยานหลักฐานยืนยัน ขณะที่พนักงานสอบสวน สภ.โดนเอาว์ แจ้งว่าหากมีการเสพเมถุนจริงตามที่นางลีกล่าวอ้าง อีกทั้งนางลีก็ยินยอม กฎหมายก็ไม่สามารถเอาผิดได้ หากแต่เป็นเรื่องทางวินัยของสงฆ์ที่จะต้องดำเนินการต่อไป ซึ่งเจ้าอาวาสวัดได้ลงนามในบันทึกข้อตกลง และยินยอมย้ายออกจากวัดตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ 23 มีนาคม” นายประหยัดกล่าว
ขณะที่ นายชัยณรงค์กล่าวว่า เรื่องนี้จะต้องให้ความเป็นธรรมกับเจ้าอาวาสวัดด้วย เพราะว่ายังไม่มีการพิสูจน์ว่าเจ้าอาวาสวัดเสพเมถุนกับนางลีจริงหรือไม่ อย่างไร แต่เจ้าอาวาสวัดเห็นแก่ความสงบของวัด จึงได้ย้ายออกไปอยู่ที่อื่น และหากว่าเมื่อมีการพิสูจน์แล้วว่าเจ้าอาวาสวัดไม่ผิดตามที่ถูกกล่าวหา ชาวบ้านก็จะต้องไปนิมนต์ให้กลับมาอยู่วัดเช่นเดิม ซึ่งเรื่องนี้จะต้องมีการประชุมชาวบ้านทั้ง 4 หมู่บ้าน ว่าจะมีมติกันว่าอย่างไรในเรื่องนี้
ด้านเจ้าอาวาสวัดที่ถูกกล่าวหา กล่าวว่า ไม่เคยมีพฤติกรรมตามที่ถูกร้องเรียน ข้อเท็จจริงคือให้ความเมตตานางลีกับบุตรชาย อายุประมาณ 3 ขวบ ที่มากินอยู่ที่วัดเป็นประจำ ทั้งให้เงินไว้ใช้สอยเล็กน้อย รวมทั้งให้ขนมเด็ก เนื่องจากเห็นว่าถูกสามีทิ้งไปมีภรรยาใหม่ โดยให้นางลีช่วยทำงานวัด แต่นางลีมีพฤติกรรมชอบดื่มสุรา คบผู้ชายหลายคน และมักใช้เงินซื้อสุราดื่มกินกันจนเมาอยู่เป็นประจำ
“แม่ของนางลี ซึ่งป่วยอยู่ที่ รพ.ศรีสะเกษ ได้โทรศัพท์มาบอกว่า ไม่ควรจะให้เงินนางลี ส่วนที่นางลีบอกว่าตั้งครรภ์นั้น แม่ของนางลีแจ้งว่า นางลีทำหมันแล้ว แต่ที่อาเจียนออกมา เนื่องจากว่านางลีเป็นโรคพิษสุราเรื้อรัง นอกจากนี้ นางลีได้ขอเงินจำนวน 5,000 บาท จะเดินทางไปทำงานต่างจังหวัด แต่ไม่ให้ นางลีจึงขู่ว่าหากไม่ให้เงินจะสร้างเรื่องใส่ร้ายป้ายสี อาตมาภาพไม่ได้ทำผิด จึงไม่กลัว แต่เพื่อให้วัดสงบและไม่ให้ชาวบ้านแตกแยก จึงได้ยอมออกจากวัดไปจำวัดอยู่ที่วัดหนองตึก ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ” เจ้าอาวาสวัดกล่าว และว่า ขณะนี้ได้ปรึกษาทนายความเพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่ทำให้เสียหายต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้กุฎิเจ้าอาวาสวัดดังแห่งนี้ถูกปิดประตูแน่นหนา ขณะที่ของส่วนตัวของเจ้าอาวาสได้ถูกขนย้ายออกไปหมดแล้ว

