เมื่อวันที่ 26 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสัตวแพทย์ณัฏฐพล พิชิตฉัตรพงศ์ และนางสาวเพ็ญภักดิ์ อรัญทอง ผู้ช่วยสัตวแพทย์ ได้เดินทางไปรับตัวไก่ชนเพศผู้ตัวหนึ่ง ที่วัดมหาธาตุวรวิหาร อ.เมือง จ.ราชบุรี มารักษาตัวที่โรงพยาบาลสัตว์เมืองโอ่ง อ.เมือง จ.ราชบุรี หลังได้รับแจ้งจากพระภิกษุรูปหนึ่งว่ามีไก่ชนเพศผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสไม่รู้ถูกอะไรกัดที่บริเวณหัว จึงได้นำตัวมารักษาอาการบาดเจ็บพร้อมนำใส่กรงดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อรออาการอย่างน้อยประมาณ 7 วัน
สัตวแพทย์หญิงสุภักดี อรัญทอง รพ.สัตว์เมืองโอ่ง เปิดเผยว่า มีกลุ่มของคนรักสัตว์ได้โทรศัพท์แจ้งหมอมาอีกทีหนึ่งว่าให้ไปรับไก่ที่วัดมหาธาตุวรวิหารซึ่งได้รับบาดเจ็บที่หัว โดยตามปกติหมอจะออกไปดูแลเรื่องมะเร็งของสุนัขที่วัดมหาธาตุวรวิหาร และมีโอกาสได้รู้จักหลวงพี่รูปที่เจอไก่ สำหรับบาดแผลไก่ตัวนี้จะโดนแค่ส่วนตรงริมฝีปากที่ยาวๆของไก่ แต่รูจมูกยังมีหายใจได้อยู่ตามปกติ สิ่งที่เป็นอุปสรรคในการดูแลของเราคือตอนนี้ปลายลิ้นที่โดนกัดไป ขณะนี้เริ่มเน่าและกำลังจะหลุด ทำให้การกลืนอาหารไม่ค่อยดี ส่วนแผนการรักษาของหมอคือ อย่างแรกคือ การฆ่าเชื้อโดยให้ทางการฉีดยาวันละครั้ง ทำแผล ล้างแผล และได้เลเซอร์แผลอยู่ ส่วนบริเวณเนื้อที่แห้งๆคงต้องรอให้มันหลุดเอง
สัตวแพทย์หญิงสุภักดีกล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องการกินจะรอดหรือไม่นั้น หมอต้องดูก่อนว่าจะสามารถใส่สายยางเข้าไปในถุงอาหารในตัวไก่ได้หรือไม่ ตอนนี้ในการกินของไก่ตัวนี้วันแรกที่หลวงพี่ไปรับตัวมายังสามารถป้อนอาหารได้เพราะว่าเนื้อของลิ้นยังไม่ตายมาก ยังสามารถที่จะกระดกลิ้นเพื่อจะกลืนอาหารได้ แต่มาวันที่สองและสามเนื้อเริ่มตายลาม ปลายลิ้นเริ่มหลุด จึงจะต้องหาทางดูแลที่จะทำอย่างไรก็ได้ให้สามารถกินอาหารได้ จะต้องลองใช้วิธีการใส่สายยางเข้าไปในถุงอาหาร ส่วนเรื่องบาดแผลน่าจะใช้เวลานานประมาณ 15 วัน ขณะนี้สะเก็ดค่อยๆหลุดออก แต่หากใช้วิธีการขูดจะทำให้ไก่มีอาการเจ็บมาก จึงค่อยๆทำไป ลักษณะอาการบาดเจ็บแบบนี้คาดว่าไม่น่าจะเกิน 3-4 วัน อาจจะก่อนหน้าที่หลวงพี่จะไปพบอาจจะโดนทำร้ายมาก่อนหน้าสักวันหรือสองวันมาแล้ว จึงมาแจ้งที่หมอ และยังมีคนใจดีก็ได้ติดต่อมาให้ช่วยรักษาไก่ตัวนี้ที่มีหน้าหายไป ซึ่งตอนแรกก็ยังสงสัยว่าหน้าไก่หายไปจริงหรือเปล่า ตอนแรกที่แจ้งมาบอกว่าไก่ไม่มีหัว หมอก็คิดว่าคงเป็นไปไม่ได้ที่ไก่ที่ไม่มีหัวจะมีชีวิตอยู่ได้ แต่จริงๆจากการดูกายวิพากษ์แล้วไม่ใช่หัวหายไป แต่เป็นแค่ครึ่งหน้าส่วนของริมฝีปากไก่ที่ยื่นออกมาเท่านั้นที่หายไป ดวงตาเบ้าตายังอยู่แต่เละมองไม่เห็น หูก็ยังคงอยู่ โดยทางเดียวที่จะรู้ว่ามีคนเข้าไปใกล้คือการสัมผัส หรือป้อนอาหาร คือต้องเอามือไปสะกิดเขาก่อน จะมีการตอบรับ

“การมีชีวิตรอดของไก่ตัวนี้ยังประเมินไม่ได้ ขอให้แค่ 30 เปอร์เซ็นต์ของการมีชีวิตรอดในสัปดาห์นี้ก่อน แต่ถ้าหากสามารถผ่านอาทิตย์นี้ไปได้ และจะหาทางที่จะใส่อาหารเข้าไปในถุงอาหารของไก่ได้ ความหวังอาจจะมีเหมือนกับไก่ตัวหนึ่งที่ อยู่ต่างประเทศ ตอนนี้ก็ปรึกษาเพื่อนที่ทำเกี่ยวกับสัตว์ปีก และสวนสัตว์ว่าใช้วิธีการอย่างไรบ้างเพื่อจะสามารถช่วยเหลือไก่ตัวนี้ได้มีชีวิตอยู่รอดไปได้นานที่สุด
นางสาวเพ็ญภักดิ์ อรัญทอง กล่าวว่าได้เป็นคนไปรับกับหมออีกท่านหนึ่ง ซึ่งพระรูปนี้บอกว่าเห็นไก่วิ่งเล่นอยู่ในกลุ่มไก่ในวัด ทั้งที่บาดเจ็บอยู่แต่ทำไมยังมีชีวิตอยู่ได้ จึงได้เข้าไปดูพร้อมกับสันนิษฐานกันว่าน่าจะเป็นไก่ชน หรือมันโดนต่อย หรือมีคนนำมาปล่อยทิ้ง แล้วก็โดนหมากัดแต่ยังไม่เสียชีวิต แต่กลับใช้ชีวิตอยู่กับกลุ่มไก่วัด จึงรู้สึกสงสารก็เลยเอามันมาเลี้ยง คอยป้อนอาหาร ป้อนน้ำให้กิน นอกจากนี้ยังไปค้นหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตพบว่ามีไก่จากต่างประเทศที่เคยเป็นข่าวชื่อเจ้าไมค์ที่มันหัวขาดแต่ก็ยังไม่ตาย จึงมาแจ้งหมอให้ช่วยรักษาไก่ตัวนี้ด้วย


