เมื่อวันที่ 30 มีนาคม ร.ต.อ.ชยุต เลขะจิตร์ รอง สวป.สภ.เมืองระนอง ได้รับแจ้งว่ามีหญิงต่างด้าวชาวพม่าเดินอุ้มเด็กหญิง และมีพฤติการณ์เหมือนจะนำเด็กมาขาย บริเวณตลาดสดเทศบาลเมืองระนอง จึงลงพื้นที่พร้อมด้วยสมาชิกเครือข่ายภาคประชาชนเฝ้าระวังเหตุ (วิทยุเครื่องแดง) จ.ระนอง ติดตามจนพบตัวบริเวณตลาดสดระนองธานี หมู่ 2 ต.บางนอน อ.เมืองระนอง พบนางเมี๊ยะต้า ชาวพม่า อายุ 59 ปี ชาวจังหวัดเกาะสอง ประเทศพม่า กำลังเดินอุ้มเด็กหญิงมีมี (นามสมมุติ) อายุ 6 เดือนเศษ จึงเข้าสอบถาม ซึ่งนางเมี๊ยะต้าสามารถพูดภาษาไทยได้ และให้การว่าเด็กที่อุ้มนั้นเป็นหลาน และปฏิเสธว่าไม่ได้นำเด็กมาขาย แต่จะนำมาให้คนไทยรับเลี้ยงดู นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวนางเมี๊ยะต้าพร้อมเด็กหญิงมีมีไปที่บ้านพักเด็กและครอบครัว จังหวัดระนอง เพื่อให้ทีมสหวิชาชีพทำการสอบถามรายละเอียด
นางเมี๊ยะต้าได้ให้การกับทีมสหวิชาชีพว่า ตนเองอยู่ที่บ้านสี่ไมล์ จ.เกาะสอง เคยทำงานเป็นแม่บ้านที่ จ.เพชรบุรี 4 ปี ต่อมาใบอนุญาตทำงานหมดอายุและไม่ได้ต่อ ส่วนลูกชายของตนเคยทำงานอยู่ที่แพปลาแห่งหนึ่งใน จ.ระนอง โดยมีลูกกับภรรยาและคลอดที่โรงพยาบาลระนอง 2 คน อายุ 3 ขวบเศษ กับ 5 เดือนเศษ เป็นเด็กหญิงทั้งคู่ และต่อมาได้หย่าร้างกันไปโดยทิ้งเด็กทั้ง 2 คนไว้ให้ครอบครัวของตนเลี้ยง ซึ่งขณะนี้ลูกชายของตนนอนป่วยอยู่ที่บ้าน ส่วนสามีของตนทำเรือประมงรายได้ไม่ค่อยดี ตนจึงตัดสินใจอุ้มหลานสาวคนเล็กออกจากบ้าน เดินทางมาที่จังหวัดระนองเพื่อหาคนเลี้ยงดู โดยถ้าให้เงินตนบ้างตนก็เอา แต่ไม่ได้เอาหลานมาขาย

ด้านนางปราณี เย็นละออง หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.ระนอง กล่าวว่า ทางทีมสหวิชาชีพได้ทำการซักถามอย่างละเอียดและตรวจสอบเอกสารที่ติดตัวนางเมี๊ยะต้ามา ด้วยพบว่ามีความเป็นได้ว่าเป็นหลานของเมี๊ยะต้าจริง แต่เนื่องจากมีรายงานว่ามีเด็กสูญหายที่ จ.เกาะสอง อีกทั้งพฤติกรรมของนางเมี๊ยะต้าเป็นอันตราย เสี่ยงต่อการค้ามนุษย์และเด็กอาจถูกทอดทิ้ง รวมถึงเกรงว่าจะมีส่วนร่วมกับขบวนการลักพาตัวเด็กที่ จ.เกาะสอง ทางเจ้าหน้าที่จึงลงความเห็นให้ควบคุมตัวไว้ แล้วทำการบันทึกพฤติกรรมเพื่อรายงานต่อทางการของพม่าให้มารับตัวทั้งสองคนกลับ จ.เกาะสอง และให้เฝ้าระวัง รวมถึงสอบสวนพฤติกรรมของนางเมี๊ยะต้า ซึ่งหากยังมีพฤติกรรมแบบนี้อีกอาจจะถูกสั่งห้ามไม่ให้เดินทางเข้า จ.ระนองต่อไปได้

