เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 27 มีนาคม ที่หน้าอาคารแสงสิงแก้ว ตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม นายดำรงค์ สิริวิชย อิ่มวิเศษ รอง ผวจ.นครพนม พ.ต.อ.พลาเดช เพ็ชรหว้าโง๊ะ รอง ผบก.ภ.จว.นครพนม น.ต.อัศวิน อุยสีรักษ์ ผู้ควบคุมเรือ ล.112 สน.เรือนครพนม ร่วมกันแถลงว่า เมื่อวันที่ 26 มีนาคม เวลาประมาณ 23.30 น. พ.ต.ท.ณรายุทธ ไตรยสุทธิ์ หัวหน้าชุดปราบปรามยาเสพติด ภ.จว.นครพนม พร้อมเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส. และ นรข.เขตนครพนม ได้รับแจ้งจากสายข่าวว่าจะมีกลุ่มนักค้ายาเสพติดลักลอบนำกัญชาเข้ามาในประเทศไทย จึงร่วมกันออกตรวจพื้นที่จุดเสี่ยงริมฝั่งแม่น้ำโขง จนกระทั่งตามวันเวลาดังกล่าว เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมพบรถยนต์ 1 คัน ไม่ทราบยี่ห้อและหมายเลขทะเบียน จอดอยู่บริเวณหน้าจวนผู้ว่าฯหลังเก่า เมื่อทราบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขับรถยนต์หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว
ทั้งนี้ พบเห็นชาย 3 คนพายเรือเข้ามาที่ท่าน้ำธรรมชาติ บริเวณหน้าจวนผู้ว่าฯหลังเก่า จึงแสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ แต่บุคคลทั้ง 3 คน วิ่งหลบหนีลงไปที่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง เจ้าหน้าที่จึงทำการสกัดจับกุมไว้ได้ 2 คน ส่วนอีก 1 คน สามารถหลบหนีไปได้ท่ามกลางความมืด ทราบชื่อบุคคลทั้งสองคือ นายดวงใจ ไชยนคร อายุ 24 ปี และ นายสมพร สมสนุก อายุ 24 ปี ราษฎรแขวงคำม่วน สปป.ลาว ตรวจสอบบริเวณท่าน้ำพบกัญชาแห้งอัดแท่ง จำนวน 5 กระสอบ ตรวจนับได้ 209 แท่ง (ประมาณ 209 กิโลกรัม) มูลค่ายาเสพติดประมาณ 1.6 ล้านบาท และเรือกีบ จำนวน 1 ลำ สอบถามผู้ต้องหาทั้งสองรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจากนายวง ผู้ที่หลบหนีไปได้ ได้รับค่าจ้างคนละ 5,000 บาท ให้นำกัญชามาส่งให้กับพ่อค้าชาวไทยที่บริเวณดังกล่าว แต่ถูกเจ้าหน้าที่สกัดจับกุมเสียก่อน แจ้งข้อกล่าวหาว่า “ร่วมกันนำยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) เข้ามาในราชอาณาจักรไทย โดยผิดกฎหมาย” นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครพนม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


