‘พมจ.ตรัง’คนใหม่เข้ารายงานตัว หลังคนเก่าถูกย้ายไปศรีสะเกษ เหตุกรณีทุจริตเงินยากไร้

27.03.18 | 11:40 น.

วันที่ 27 มีนาคม นายภักดี พวงจิตร พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) ตรัง ซึ่งย้ายมาจากจังหวัดลำปาง เดินทางเข้ารายงานตัวต่อนายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง และนายวสันต์ ถนอมทรัพย์ นายชัชวาล ฉายะบุตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ในโอกาสเดินทางมารับตำแหน่งใหม่แทนที่นายพิชัย เทพี พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตรัง ที่ถูกโยกย้ายไปเป็นพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดศรีสะเกษ เนื่องจากมีส่วนพัวพันกับการทุจริตเงินคนจนในพื้นที่ภาคใต้ทุกจังหวัด และย้ายมาจากสตูลมาทำงานในจังหวัดได้เพียง 1 เดือน กับ 12 วันเท่านั้น

โดยก่อนหน้านี้ นายสัญชาติ อุปนันท์ชัย ผู้อำนวยการต่อต้านการทุจริต สำนักงาน ป.ป.ท. ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ถึงกรณีการย้ายนายพิชัย เทพี พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตรัง ว่า ส่วนหนึ่งเกิดจากปัญหาทุจริตเงินคนจนทั่วภาคใต้ เนื่องจากนายพิชัยเป็นประธานกลุ่มภาคใต้ ที่ตั้งขึ้นมากำกับดูแลการทำงานของหน่วยงานในสังกัดกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ และอาจมีส่วนพัวพันกับการทุจริตเงินนิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้ ที่จังหวัดสตูล งบกว่า 10 ล้านบาท สำหรับจังหวัดตรังตรวจสอบพบเงินทุจริตรวมกว่า 700,000 บาท ขณะนี้อยู่ระหว่างรอคณะกรรมการ ป.ป.ท.แต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง เพื่อลงพื้นที่ไต่สวนข้อเท็จจริงกับบุคคลที่เกี่ยวข้องในการทุจริตเงินคนจนทั้งหมดของจังหวัดตรัง

นายภักดี พวงจิตร พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตรังคนใหม่ กล่าวว่า พร้อมกับทีมงานที่มีอยู่รวม 38 คน จะรีบขับเคลื่อนงานที่ค้างอยู่ให้เร็วที่สุด เพราะงานด้านสังคมรอช้าไม่ได้ จะสร้างระบบการทำงานใหม่ ยึดหลักธรรมาภิบาล ในส่วนของการทุจริตที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่ ป.ป.ท.รวมทั้งกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ทำการตรวจสอบอยู่แล้ว

“สำหรับพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด เป็นตัวแทนของกระทรวงในระดับภูมิภาค กำกับดูแล 3 องค์กร คือ พมจ., บ้านพักเด็กและครอบครัว, บ้านพักคนชรา ในส่วนของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัด ขึ้นตรงกับส่วนกลาง ไม่ได้ขึ้นกับ พมจ.ทำให้เกิดช่องว่างในการบริหาร หน่วยงานตัวแทนกระทรวงอย่าง พมจ.ไม่สามารถเข้าไปกำกับดูแลได้ หลังจากนี้เชื่อว่าทางกระทรวงคงจะแก้ไขให้ พมจ.ตัวแทนของกระทรวงสามารถกำกับทราบแผนงานโครงการและงบประมาณทั้งหมดอย่างใกล้ชิด ป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นอีก แต่ทั้งนี้ ระเบียบกฎเกณฑ์ต่างๆ วางไว้ดีแล้ว ขึ้นอยู่กับผู้ปฏิบัติมากกว่า” นายภักดีกล่าว