หน้าแรก ภูมิภาค ทางหลวงทบทวนส...

ทางหลวงทบทวนสิ่งแวดล้อม เส้นบางใหญ่-กาญจนบุรี หวั่นเยียวยาผู้ได้รับกระทบไม่เพียงพอ

30.03.16 | 16:41 น.

วันที่ 30 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมลีลาวดี โรงเรียนทวารวดี เทศบาลนครนครปฐม กรมทาหลวง พร้อมด้วย กลุ่มบริษัทที่ปรึกษา โดยมีบริษัท เทสโก้ จำกัด  และบริษัท ธรรมชาติ คอนซัลแตนท์ จำกัด ดำเนินการทบทวนรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางใหญ่กาญจนบุรี และเชิญชาวบ้านที่ส่วนใหญ่เป็นผู้ได้รับผลกระทบจากการเวนคืน

โดยประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อมนั้น พบว่าจากการทบทวนสภาพพื้นที่ มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมไม่มาก โดยกรมทางหลวงก็ได้กำหนดมาตรการป้องกันแก้ไข และลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมไว้แล้ว  แต่ผู้เข้าร่วมประชุมส่วนใหญ่กังวลเรื่องค่าเยียวยา เกรงว่าค่าเยียวยาที่ได้รับจะไม่พอในการจัดหาที่อยู่ใหม่ โดยขอให้เยียวยาค่าเวนคืนที่ดิน ในราคาที่เหมาะสม เนื่องจากเป็นผู้เสียสละเพื่อให้เกิดโครงการพัฒนาโครงการ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายกรรมสิทธิ์ ได้ชี้แจงว่าอยู่ในระหว่างการเข้าสำรวจพื้นที่ผู้ได้รับผลกระทบรายแปลง เพื่อนำมาพิจารณาจ่ายเงินค่าทดแทน โดยคาดว่าจะทยอยจ่ายเงินค่าทดแทน ประมาณปลายปี 2559 และจ่ายให้ครบทั้งหมดปี 2560 นี้ เพื่อดำเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จ ภายในปี 2563

ทั้งนี้ ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางใหญ่กาญจนบุรี เป็นหนึ่งในโครงการตามแผนแม่บทการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองของประเทศไทย และเป็นเส้นทางที่มีความสำคัญ ในการเดินทางจากกรุงเทพมหานครสู่ภาคตะวันตก โดยที่ผ่านมากรมทางหลวงได้ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมทางด้านเศรษฐกิจ วิศวกรรม และผลกระทบสิ่งแวดล้อม รวมถึงจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ของโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางใหญ่บ้านโป่ง และโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบ้านโป่งกาญจนบุรี โดยรายงานดังกล่าวได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเมื่อวันที่ 29 รกฎาคม 2541 และวันที่ 25 สิงหาคม. 2546 ตามลำดับและต่อมาในปี ..2552 กรมทางหลวงได้ดำเนินการสำรวจและออกแบบรายละเอียด โครงการแล้วเสร็จ

ปัจจุบันกรมทางหลวงมีแผนงานที่จะก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางใหญ่กาญจนบุรี จึงได้เสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติดำเนินโครงการ โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติให้กรมทางหลวงดำเนินการก่อสร้างทางหลวงพิเศษโครงการ เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2558 โดยมีความเห็นว่ารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ได้ผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ มาแล้วตั้งแต่ปี 2541 ซึ่งมีระยะเวลาค่อนข้างนาน อาจทำให้สภาพแวดล้อมในพื้นที่โครงการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม จึงขอให้กรมทางหลวงตรวจสอบสภาพพื้นที่ดังกล่าว และเสนอรายละเอียดของการเปลี่ยนแปลงให้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

ขณะที่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการดังกล่าวและวิตกเรื่องค่าเยียวยาในการถูกเวนคืนที่ดินเพื่อสร้างโครงการของรัฐนั้น จะได้ค่าเยียวยาน้อยและไม่พอที่จะไปหาซื้อที่ดินอยู่ใหม่ และรวมถึงพืชไร่การเกษตร และปศุสัตว์ ที่ต้องมีความชัดเจนในเรื่องของเวลาดำเนินการ เนื่องจากการลงทุนและเวลาเพาะปลูก เลียงสัตว์ แต่ละอย่างต้องกำหนดได้ด้วยเวลา จึงอยากขอความชัดเจน เพราะโครงการดังกล่าวนี้ มีผลกระทบทางจิตใจและเศรษฐกิจของคนบริเวณโครงการผ่าน และตัดผ่านมานานมากแล้ว และยังเชื่อว่าเงินค่าเยียวยาคงเป็นปัจจัยที่ไม่สามารถดำเนินการได้ตรงกำหนดเวลา

Advertisement