วันที่ 30 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 22.30 น.ของเมื่อคืนที่ผ่านมา มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนได้ยิงปืนไม่ทราบขนาดจำนวน 1 นัด เข้ามาในบ้านของนายสุกาโน เหมนคร ซึ่งเป็นสมาชิก อบต.ปากบาง อ.เทพา หนึ่งในแกนนำคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา และเป็นน้องชายของนายดิเรก เหมนคร ซึ่งเป็นผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ปกป้องสิทธิชุมชนและสิ่งแวดล้อมเพื่อสันติภาพ (เปอมาตามาส) โดยขณะที่กำลังนั่งดูทีวีกันกับครอบครัวอยู่ กระสุนได้ทะลุประตูบ้าน แต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด คาดว่าเป็นการยิงปืนเพื่อข่มขู่นายสุกาโนและนายดิเรก ให้หยุดคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา เพราะที่ผ่านมาได้มีบุคคลบางกลุ่มมาห้ามและเสนอผลประโยชน์บางอย่างให้กับนายสุกาโน ไม่ให้เคลื่อนไหว
รายงานระบุว่า หลังทราบเหตุ ตัวแทนชาวบ้านในเครือข่ายประชาชนคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา เดินทางเข้าเยี่ยมให้กำลังใจนายดิเรก และนายสุกาโน โดยประตูเหล็กม้วนของบ้าน ซึ่งเปิดเป็นร้านค้าในหมู่บ้าน เป็นรูจากคมกระสุน 1 รู โดยเก็บหัวกระสุนได้ 1 หัว เป็นหัวกระสุนขนาด 11 มม. โดยนายสุกาโน บอกว่า จุดที่ถูกยิงนั้นเป็นจุดจอดรถภายในบ้านเชื่อว่าคนร้ายน่าจะหวังผลให้ถูกรถยนต์เสียหาย และต้องการข่มขู่คนในครอบครัวให้หยุดเคลื่อนไหวคัดค้าน

นายสุกาโนกล่าวว่า ขณะเกิดเหตุนั้นตนไม่อยู่บ้าน แต่เมื่อกลับมาถึงเปิดไฟรถเพื่อที่จะเข้าบ้านก็พบรูกระสุน และหลานก็ออกมาบอกว่าที่คนยิงใส่บ้าน โดยทางครอบครัวนี้ยืนยันจะไม่แจ้งความดำเนินคดี และจะใช้มาตรการในการกดดันภายในชุมชน เพราะพอทราบตัวคนที่ก่อเหตุแล้ว ซึ่งเป็นฝ่ายที่ให้การสนับสนุนโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา โดยก่อนหน้าเกิดเหตุนายสุกาโน ก็ถูกผู้มีอิทธิพลรายหนึ่งเข้ามาบอกว่าให้หยุดการเคลื่อนไหวพร้อมเสนอเงินให้จำนวนหนึ่ง แต่ได้ปฏิเสธไป ทั้งยังได้ให้ความช่วยเหลือเพื่อนในกลุ่มเครือข่ายคัดค้านโครงการในเรื่องคดีความที่มีปัญหากับฝ่ายสนับสนุน ซึ่งอาจจะเป็นชนวนเหตุให้ถูกยิงบ้านในครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ส่งผลกระทบทำให้นายสุกาโนและนายดิเรก รวมถึงชาวบ้านในเครือข่ายฯกลัวจนหยุดการเคลื่อนไหวแต่อย่างใด พร้อมยืนยันจะเดินหน้าคัดค้านโครงการนี้ต่อเนื่อง
นายดิเรกกล่าวว่า ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุตนเองก็นั่งอยู่ที่บ้านหลังนี้ และมีรถยนต์กระบะ 2 คัน ขับรถตามหลังกันมาแบบรวดเร็วและส่งเสียงดัง จึงคิดว่าน่าจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น จึงได้เดินกลับบ้านของตัวเองซึ่งอยู่ไม่ห่างกันมานัก และให้พ่อแม่และเด็ก ๆ ปิดประตูบ้าน เพราะน้องชายไม่อยู่บ้านขณะเกิดเหตุ จนกระทั่งมาเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น ซึ่งแม้จะกังวลในเรื่องความปลอดภัยอยู่ แต่คงจะไม่หยุดเคลื่อนไหวคัดค้านโครงการนี้

