ความคืบหน้ากรณีนายชลำ อรรถธรรม รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) มอบหมายให้นายจาตุรงค์ ม่วงน้ำเงิน และ น.ส.ศรีวรรณ จันทร์เชื้อ เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ร่วมกับ นายอนันต์ กัลปะ ศึกษาธิการจังหวัด(ศธจ.)กาญจนบุรี ประชุมหารือพร้อมวางแนวทางตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีมีโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี มีพฤติกรรมส่อทุจริต ด้วยการนำรายชื่อเด็กนักเรียนที่ไม่มีตัวตน คือไม่ได้เรียนอยู่ในโรงเรียน มาเบิกเงินรายหัวที่ได้รับการสนับสนุนจากสช. โดยการประชุมมีขึ้นเมื่อวันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา นั้น
ล่าสุดเมื่อวันที่ 27 มีนาคม ที่สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาญจนบุรี ถ.แม่กลอง ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี นายอนันต์ กัลปะ ศธจ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า จากที่ได้ประชุมเมื่อวันที่ 23 มีนาคม ที่ผ่านมา หลังจากนั้นคณะกรรมการได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงในทันที ซึ่งเบื้องต้นพบจำนวน 2 ราย ที่ปรากฏหลักฐานว่ามีการแก้ไขพ.ศ.เกิด แต่ล่าสุดจากการตรวจสอบข้อมูลต่างๆ ที่ได้มา มีความชัดเจนเพิ่มขึ้นคือพบว่า มีการแก้ พ.ศ.เกิด อีกจำนวน 22 ราย รวมเป็น 24 ราย ขณะที่อีก 3 ราย อยู่ระหว่างการตรวจสอบในรายละเอียด โดยเบื้องต้นพบว่าไม่ได้แก้ พ.ศ.ของเด็กเพราะเกิดตรงกัน แต่เด็กทั้ง 3 คนไม่มีตัวตนอยู่ในโรงเรียน
ศธจ.กาญจนบุรี กล่าวต่อว่า ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่า ทางโรงเรียนเอกชนดังกล่าวนำเอกสารเด็ก จำนวน 24 ราย อันเป็นเท็จมาเบิกเงินรายหัวกับ ศธจ. แต่อย่างไรก็ตามคณะกรรมการฯ จะต้องรวบรวมหลักฐานให้แน่ชัด จนเป็นที่มั่นใจว่าจะสามารถดำเนินการทางด้านกฎหมายกับโรงเรียนเอกชนดังกล่าวได้ จากนั้นจึงดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนในภายหลัง ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาในการรวบรวมพยานหลักฐาน 1-2 วันนี้
รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับโรงเรียนเอกชนที่กำลังถูกตรวจสอบ ได้รับอนุญาตให้ก่อตั้งโรงเรียนมานานร่วม 40 ปี โดยเปิดสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลไปจนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปัจจุบันมีนักเรียนทั้งสิ้น 1,149 คน แต่ที่กำลังมีปัญหา จำนวน 24 ราย ที่จะต้องชะลอจ่ายเงินอุดหนุนรายเดือนรวมกันเป็นเงิน 20,176.83 บาท เนื่องจากไม่มีสิทธิเบิก เพราะมีการแก้ไขข้อมูล พ.ศ.เกิดในโปรแกรม เพื่อให้สามารถเบิกจ่ายเงินอุดหนุนได้ ส่วนอีกจำนวน 3 ราย อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลการเบิกซ้ำซ้อนอยู่
รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า ในส่วนของโรงเรียนเอกชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี มีทั้งหมด 24 แห่ง มีเด็กรวมกันทั้งสิ้น 16,650 คน ซึ่งโรงเรียนเอกชนทั้ง 24 แห่งจะได้รับเงินอุดหนุนรายหัว รวมกันเดือนละจำนวน 14,000,000 บาท โดยแบ่งเป็นระดับชั้นอนุบาล จำนวน 10,010.50 บาท ต่อคนต่อปี ระดับประถมศึกษา จำนวน 10,180.50 บาทต่อคนต่อปี และโรงเรียนเอกชนทั้ง 24 แห่ง จะถูกควบคุมด้วยระบบสารสนเทศสถานศึกษาและบริหารจัดการเงินอุดหนุน PSIS (Private School Information and Support System) ซึ่งระบบ PSIS จะสามารถคัดแยกเด็กที่มีรายชื่อซ้ำซ้อนได้ด้วยการผ่านการตรวจสอบจากฐานข้อมูลเลขประจำตัว 13 หลัก
รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า อย่างไรก็ตามนอกจากคณะกรรมการฯ จะดำเนินการตรวจสอบโรงเรียนเอกชนรายดังกล่าวแล้ว ยังได้ดำเนินการตรวจสอบโรงเรียนเอกชนที่เหลืออีก 23 แห่งในจังหวัดกาญจนบุรี ควบคู่กันไปด้วย โดยคาดว่าจะใช้เวลาในการตรวจสอบไม่เกิน 1 เดือน ก็จะทราบผลสรุปที่แน่ชัดว่ามีการทุจริตเงินอุดหนุนอีกหรือไม่


