เมื่อวันนี้ 27 มีนาคม ร.ต.อ.สมบัติ วังวล รองสารวัตรเวร(สอบสวน) สภ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี ได้รับการร้องทุกข์กล่าวโทษจาก ร.ต.ท.เสมา เพิ่มพูล รองสว.ส.สภ.ประจันตคาม ว่า มีนายวีรภัทร หรือ บลู ทำทิพย์ อายุ 23 ปี ชาวจ.ปราจีนบุรี ได้กระทำความผิด ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โดยเมื่อวันที่ 23 มีนาคม ได้มีนายสกล บุญรอด โทรศัพท์มาหาตนเอง จำนวนหลายครั้ง เพื่อสอบถาม เรื่องเฟซบุ๊ก ชื่อเสมา ประจันตคาม ที่มีทั้งภาพและข้อความไปข่มขู่นายสกล บุญรอด อายุ 29 ปี ชาวอ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี ซึ่งตนเองยืนยันว่า ไม่ทราบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น จึงได้ขอดูรายละเอียด พบว่ามีคนอื่นได้นำข้อมูลอันเป็นเท็จ ลงในคอมพิวเตอร์ทางเฟซบุ๊ก โดยใช้เฟซบุ๊กว่า เสมา ประจัน ซึ่งมีภาพถ่ายของตนเองหลายภาพ และมีการเขียนข้อความข่มขู่นายสกล บุญรอดจริง
จากการสืบสวนทราบว่า บุคคลที่นำข้อมูลอันเป็นเท็จ ไปลงในคอมพิวเตอร์ดังกล่าวคือนายวีรภัทร ทำทิพย์ จึงได้ติดต่อและสอบถาม ต่อมานายวีรภัทร ได้มาพบและยอมรับสารภาพว่า ตนได้นำข้อมูลอันเป็นเท็จลงในคอมพิวเตอร์ โดยการปลอมเฟซบุ๊กใช้เฟซบุ๊กว่า เสมา ประจัน ซึ่งเป็นเฟซบุ๊กสาธารณะที่บุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ และเฟซบุ๊กดังกล่าวชื่อเสมา ประจัน นั้นเป็นของตนเอง และประชาชนทั่วไป รู้จักในฐานะเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด และของผิดกฎหมายทั่วไป จึงทำให้มีบุคคลอื่นเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก เป็นเหตุให้ตนเองได้รับความเสียหาย จึงได้มาพบร้อยเวรฯ สอบสวน เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษแก่นายวีรภัทร ทำทิพย์ตามกกหมายจนกว่าคดีจะถึงที่สุด
ด้านนายวีรภัทร กล่าวว่ายอมรับสารภาพว่าได้ปลอมเฟซบุ๊ก ของ ร.ต.ท.เสมา เพิ่มพูล รองสว.ส.สภ.ประจันตคาม จริง เนื่องจากก่อนหน้าได้ถูกคู่กรณีขับรถยนต์ชน รถ.จยย.และใช้มีดไล่ฟัน จึงเกิดความแค้น และได้ปลอมเฟซบุ๊ก ใช้ชื่อของ เสมา ประจัน ให้คู่กรณีเกรงกลัว จะได้ยุติเรื่องราว
นายสกล กล่าวว่าวันเกิดเหตุคู่กรณีดังกล่าวได้ให้เด็กในหมู่บ้านมาหาตน และพูดจาก้าวร้าวใส่ และนัดให้ไปเคลียร์เรื่อง เมื่อตนไปพบคู่กรณีที่สะพานหนองปลาแขยงได้ทิ้งรถ จยย.วิ่งหนี ตนเองจึงขับรถชน จยย. และตอมา คู่กรณีได้ปลอมเฟซบุ๊ก เป็น สายสืบ สภ.ประจันตคาม มาข่มขู่ตนเอง ดังกล่าว


