เมื่อเวลา 13.40 น. วันที่ 27 มีนาคม ที่ห้องรับรอง ภายในมณฑลทหารบกที่33 ตัวแทนกลุ่มเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ นำโดย นายธีรศักดิ์ ธูปสุวรรณ ประธานชมรมร่มบินเชียงใหม่ ในฐานะผู้ประสานงานเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ พร้อมพวก เข้าพบ พลตรีสาธิต ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่33 (ค่ายกาวิละ) จ.เชียงใหม่ เพื่อยื่นหนังสือ เป็นข้อเสนอทักท้วงโครงการก่อสร้างอาคารศาลอุทธรณ์ภาค5 และที่พักของข้าราชการตุลาการ ซึ่งตั้งอยู่เชิงพื้นที่ป่าดอยสุเทพ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่
นายธีรศักดิ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ กล่าวว่า กรณีโครงการก่อสร้างอาคารศาลอุทธรณ์ภาค5 และที่พักของข้าราชการตุลาการนั้น ทางเครือข่ายฯและชาวเชียงใหม่รู้สึกไม่สบายใจเป็นอย่างยิ่ง เราเริ่มค้านโครงการฯมาตั้งแต่ปี 2548 ตอนนั้นมีการสร้างโดยไม่บอกกล่าวประชาชน ชมรมร่มบินได้พบเห็นและมีภาพถ่ายการตัดต้นไม้ใหญ่จากป่าทึบ ได้เคยส่งหนังสือไปยังอุทยานฯเพื่อคัดค้าน แต่ได้รับคำตอบว่าเป็นพื้นที่นอกเขตอุทยานฯ และมีการก่อสร้างมาอย่างต่อเนื่อง และทางประธานศาลอุทธรณ์ก็ได้แจ้งอีกว่าเป็นการใช้พื้นที่อย่างถูกต้อง หากใครค้านก็จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งเรื่องนี้เราไม่ได้เพิกเฉยเพิ่งมาร้องหลังจากที่สร้างเกือบแล้วเสร็จ
“วันนี้ทางเครือข่ายฯ ก็ยังร่วมกันขับเคลื่อนเพื่อทักท้วง เนื่องจากมองว่าเป็นโครงการที่ไม่มีความเหมาะสมกับการใช้พื้นที่ผืนป่าดอยสุเทพ ทั้งนี้หากไม่มีการท้วงติงก็จะกลายเป็นตัวอย่างที่ไม่มีความเหมาะสมกับโครงการอื่นๆต่อไป ถ้าเหตุการณ์นี้ไม่ยุติ ผมเชื่อว่าคนเชียงใหม่จะออกมาต่อต้านกันมากขึ้น ซึ่งหากยอมยุติโครงการฯทางเครือข่ายฯพร้อมที่จะจัดแรลลี่วิ่งหาเงิน 600 กว่าล้านมาคืนเชื่อว่าคนเชียงใหม่จะพร้อมใจกันมาร่วม”นายธีรศักดิ์กล่าว
นางพิมพ์สุชา สมมิตรวสุตร อาสาสมัครเฝ้าระวัง ฯ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ท.สม.) ในฐานะตัวแทนเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ กล่าวว่า เสียดายพื้นที่ป่า 147 ไร่ที่นำมาก่อสร้างโครงการฯ กรณีที่เกิดขึ้นในฐานะประชาชนรู้สึกเสียใจ เมื่อเห็นป่าถูกตัด รู้สึกเหมือนน้ำตาตกใน เป้าประสงค์ คือ เราอยากได้ผืนป่าคืน ถ้าทหารไม่พร้อม ขอคืนให้อุทยานได้ไหม แล้วให้ประชาชนร่วมกับอุทยานฯเข้าไปดูแล เพราะรัฐบาลทหารของ คสช.มีโครงการทวงคืนผืนป่าอยู่แล้ว
“เรารู้ว่าการใช้พื้นที่นั้นถูกต้องตามกฎหมาย แต่เราใช้ความรู้สึกของประชาชนที่รักและหวงแหนป่า รู้สึกว่าไม่สมควร เราจึงมาขอพึ่งบารมีทหาร มาแสดงจุดยืนขอป่าตรงนี้คืน”

ด้านพลตรีสาธิต ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่33 กล่าวว่า ในปี 2540 กองพันทหารปืนใหญ่ที่7 ในฐานะหน่วยดูแลในพื้นที่ ให้ความเห็นว่า หน่วยใดที่ต้องการใช้ประโยชน์ให้ประสานไปที่กองทัพ กระทั่งปี 2546-2547 ศาลอุทธรณ์ภาค5แจ้งมาว่าขอใช้พื้นที่ กองทัพบกอนุมัติให้ใช้ประโยชนแต่ไม่ได้แจ้งว่าจะใช้สร้างที่พัก ทราบเพียงให้ใช้ที่ราชพัสดุนี้โดยปฎิบัติตามกฎกระทรวง ตอนนี้โครงการสร้างไปแล้วกว่า 90% แต่ติดสองส่วน คือการมีทรัพย์สินมากมายที่สร้างไปแล้ว กับติดบริษัทรับเหมาซึ่งมีพันธะสัญญาในการก่อสร้าง เรื่องอดีตเราแก้ไม่ได้ แต่พอถึงขั้นนี้แล้ว ทาง ผบ.มทบ. 33ได้สั่งชะลอขยายการก่อสร้าง ถ้าอยากให้เปลี่ยนแปลงจริง ฝ่ายประชาชนที่ค้านก็ต้องคุยกับศาล แม้นายกฯและรัฐบาลจะไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่เชื่อว่ารัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลที่ฟังเสียงประชาชนมากที่สุดแล้ว ตนเชื่อว่าหัวใจของทหารทุกคน หวงแหนในทรัพยากรธรรมชาติ ฉะนั้นในการจะแก้ปัญหาด้วยดี จึงต้องคุยกัน เพื่อหาทางออกที่ดี ทหารพร้อมจะช่วยผลักดัน ส่วนรับเรื่องแล้วก็จะนำเรียนให้ แม่ทัพภาค3 รับทราบต่อไป


