เมื่อวันที่ 27 มีนาคม ที่ด่านศุลกากรหนองคาย นายสมบัติ ฆ้อนทอง หัวหน้าฝ่ายสืบสวนและปราบปราม ด่านศุลกากรหนองคาย พร้อมเจ้าหน้าที่ศุลกากร และ ดีเอสไอ ได้ร่วมกันเผาทำลายสินค้าเลียนแบบเครื่องหมายการค้ายี่ห้อดัง และสินค้าลักลอบหนีศุลกากร ซึ่งมีการลักลอบนำเข้าประเทศ ตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ 2561 จำนวน 41 แฟ้มคดี สินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้าที่ทำการเผาทำลาย อาทิ กระเป๋าถือสตรี กระเป๋าสตางค์ เสื้อผ้าเลียนแบบเครื่องหมายการค้ายี่ห้อดัง เช่น โปโล, หลุยส์ วิตตอง , ชาเนล, กุชชี่, คิปลิ้ง, คิตตี้, โดราเอมอน และสำหรับสินค้าหนีศุลกากร อาทิ เครื่องเลื่อยโซ่ พร้อมอุปกรณ์ จำนวน 220 เครื่อง ไพ่พลาสติก บุหรี่ สุรา เบียร์ ไวน์ และยาเส้น โดยเครื่องเลื่อยโซ่ ได้ใช้รถแบคโฮขับทับเครื่องเลื่อยโซ่เหล่านี้ให้เสื่อมสภาพก่อนนำไปเผาทำลายร่วมกับสินค้าชนิดอื่น ซึ่งของกลางทั้งหมดที่ทำการเผาทำลายครั้งนี้ คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 21 ล้านบาท
นายสมบัติ ค้อนทอง หัวหน้าฝ่ายสืบสวนและปราบปราม ด่านศุลกากรหนองคาย กล่าวว่า สินค้าประเภทเครื่องเลื่อยโซ่นั้น เป็นการลักลอบนำเข้าประเทศเพื่อจุดมุ่งหมายในการตัดไม้ทำลายป่าในประเทศไทย ซึ่งตามกฎหมายศุลกากรแล้วสินค้าทุกชนิดที่มีการลักลอบหนีภาษีศุลกากร เมื่อมีการกระทำความผิด ตรวจยึด จับกุมได้ คดีถึงที่สิ้นสุดแล้ว ต้องนำของกลางทั้งหมดนั้นทำการเผาทำลาย ไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์หรือขายทอดตลาดได้


