วันที่ 28 มีนาคม นายชยาวุธ จันทร ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี พร้อมด้วย สัตวแพทย์หญิงวรรณี วัฒนพงศ์ชาติ ปศุสัตว์จังหวัดราชบุรี ได้เดินทางมาเยี่ยมไก่ชนเพศผู้ที่ได้รับบาดเจ็บที่หัวเกือบขาดและได้มีพระภิกษุรูป
หนึ่งจากวัดมหาธารตุวรวิหาร อ.เมือง แจ้งสัตวแพทย์ของโรงพยาบาลสัตว์เมืองโอ่งให้มารับตัวไปรักษาตัว
ล่าสุดอาการขณะนี้อยู่ในระหว่างทรงตัว ทางผู้ว่าราชการจังหวัดได้ให้เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์นำตัวไก่ตัวนี้ที่ได้มีการตั้งชื่อจากพระผู้ช่วยเหลือว่า “ เจ้าบุญมา ” ไปรักษาตัวต่อที่จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย จ.นครปฐม เพื่อ
ช่วยยื้อชีวิตให้อยู่รอดปลอดภัย
ทั้งนี้ สัตวแพทย์หญิงสุภักดี อรัญทอง จากโรงพยาบาลสัตว์เมืองโอ่ง 196 / 4 ถนนรถไฟ อ.เมือง จ.ราชบุรี ที่ดูแลไก่เจ้าบุญมา กล่าวว่า อาการยังทรงตัวอยู่ มีคนมาให้กำลังใจเยอะ บางคนมาขอถ่ายรูป ลูบจับให้กำลังใจ พอมาเช้านี้เริ่มดีขึ้น แต่อาจจะหงุดหงิดนิดหน่อยลักษณะมีการกระพือปีกเหมือนไก่ที่พร้อมจะชนคู่ต่อสู้ เพราะมีลูกหมาอยู่ข้างๆ ตัวหนึ่งได้ส่งเสียงเห่าเสียงดังไม่หยุด จึงต้องย้ายลูกหมาไปไว้ด้านหลัง จึงค่อยๆ สงบลง อยากบอกว่าช่วงที่มาอยู่กับหมอตั้งแต่แรกจนถึงวันนี้คงมีอาการทรงตัวอยู่ทุกอย่าง ทั้งขับถ่าย การทรงตัว การกินอาหารดี อย่างเมื่อวานได้ใส่สายสวนอาหารลงไปในถุงอาหารโดยจะให้อาหารของลูกนกกินไปก่อน
พระนพพงษ์ ฐิติธัมโม ที่พบไก่ในวัด กล่าวว่า เมื่อวันที่ 24 มีนาคม ตอนทำวัตรเย็นช่วงประมาณ 5
โมงเย็น ได้สวดมนต์เสร็จประมาณ 6 โมงเย็น มีพระรูปหนึ่งได้มาบอกว่าไปดูไก่ประหลาดกันดีกว่า จึงไป
ดูพบอยู่แถวสวนหย่อม เห็นไก่ยืนอยู่แต่ไม่มีหัว จึงให้เณรช่วยกันยกมาไว้ในกุฏิ ในใจเคยทราบว่ามีไก่ต่าง
ประเทศที่หัวขาดมีชีวิตได้ และไก่ตัวนี้ก็น่าจะอยู่ได้เหมือนกัน เลยเอาอาหารนกขุนทองนำมาผสมน้ำใส่
สลิงป้อนให้กิน จึงประสานหาโยมวรกานต์ ฤทธิ์รุ่งเรือง จิตอาสา เข้ามาช่วย แต่วันนี้โยมไม่สะดวกเข้ามา
จึงได้ถ่ายคลิปวิดีโอเพื่อหาคนเร่งช่วยเหลือไก่ตัวนี้เร็วๆ จากการที่เห็นแผลแล้วคาดว่าน่าจะโดนกัด เลยรีบ
ล้างแผลให้ รีบให้กินอาหารก่อน อีกทั้งเจ้าอาวาสวัดท่านก็ใจดีอนุญาตให้ใช้สุ่มไก่นำมาครอบเลี้ยงไว้ก่อน
พอตอนเช้าก่อนไปบิณฑบาตก็ยังเห็นไก่ยังมีชีวิตอยู่ได้
จากการสอบถามพระอีกรูป กล่าวว่า เห็นไก่ตัวนี้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 19 มีนาคม พบไก่ตัวนี้ยังมีหัวอยู่
เข้ามาในวัดแล้ว และพระรูปนั้นได้เห็นไก่แจ้ตีไก่ตัวนี้จนหงอยไป และหนีไปอยู่อีกมุมหนึ่งของวัด และคิด
ว่าน่าจะเป็นไก่ที่ถูกนำมาปล่อยทิ้งแต่ไม่มีแรงตีสู้ไก่แจ้ไม่ได้และก็ไม่เห็นไก่ตัวนี้อีกเลยจนมาเห็นที่หัวมันเกือบขาดเมื่อวันที่ 24 มีนาคม จึงได้ประสานโยมวรกานต์เข้ามาช่วยเหลือเป็นสะพานบุญกัน ซึ่งวัดมี
ลักษณะเหมือนเป็นที่รับกรรม คือสัตว์เลี้ยงพอเลี้ยงไม่ได้ดังใจก็นำมาปล่อยวัด พระก็ฆ่าไม่ได้จึงมาเป็นที่
รับกรรมของสัตว์เหล่านี้ไป สันนิษฐานว่าเป็นสุนัขกัดเพราะที่บริเวณหลังมีร่องรอยเป็นรูเหมือนรอยเขี้ยว
คิดว่าไม่ใช่ไก่ธรรมชาติ แต่เป็นไก่เลี้ยง
นายชยาวุธ จันทร ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี กล่าวว่า เมื่อรู้ข่าวได้มอบปศุสัตว์จังหวัดติดต่อไปทางโรงพยาบาลปศุสัตว์ของคณะสัตวแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย ซึ่งปศุสัตว์จังหวัดเป็นศิษย์เก่าที่จะมีวิถีทางอย่างไรที่จะดูแลไก่ตัวนี้ได้ โดยคงต้องให้ผู้เชี่ยวชาญได้ดูแลรักษา ถือเป็นไก่ที่มีความอดทน เป็นไก่ชนพื้นเมืองลูกผสมมีทั้งเหลืองหางขาวผสมอยู่


