วันที่ 30 มีนาคม เมื่อเวลา 11.30 น. ที่สมาคมประมงจังหวัดปัตตานี นายภูเบศ จันทนิมิ นายกสมาคมประมงจังหวัดปัตตานี พร้อมด้วยผู้ประกอบการประมง ชาวประมงและแม่ค้ารับซื้อปลา ได้รวมตัวกันกว่า 500 คน ประชุมหารือแนวทางวางมาตรการเรียกร้องให้ทางภาครัฐทบทวนการบังคับใช้กฎหมาย เนื่องจากตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา การบังคับใช้กฎหมาย ให้สอดคล้องกับการแก้ปัญหาของชาวประมงอย่างแท้จริง โดยชาวประมงมองว่า การแก้ปัญหาที่ผ่านมาเพียงต้องการที่จะเอาใจ หรือเพื่อปลดล็อคการให้ใบเหลืองของอียู แต่ไม่ได้สนใจปัญหาที่เกิดขึ้นจริง ๆ ของชาวประมงในพื้นที่ โดยเฉพาะการออกฎหมายกำหนดห้วงเวลาการทำเรือประมง ซึ่งให้ชาวประมงสามารถออกเรือทำการประมงได้เพียง 220 วันนั้นไม่ใช้การแก้ปัญหา เนื่องจากกำหนดเวลาดังกล่าว ทำให้ชาวประมงไม่กล้าที่จะออกเรือ เพราะไม่คุ้มกับค้าใช้จ่ายและเป็นการซ้ำเติมให้กับชาวประมงที่กำลังประสบปัญหาอยู่เดือดร้อนเพิ่มมากยิ่งขึ้น จึงได้นัดรวมตัวพร้อมเสนอมติ
จากนั้นเวลา 13.30 น.กลุ่มผู้ประกอบการประมงได้ไปรวมตัวกันที่ลานวัฒนธรรม หน้าศาลากลางจังหวัดปัตตานี พร้อมนำป้ายผ้ามีข้อความเรียกร้องต่างๆ แสดงเจตนารมณ์คัดค้านการออกบังคับใช้กฎหมาย และยื่นหนังสือให้กับนายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เพื่อส่งต่อไปยัง ศปมผ. ช่วยพิจารณาและเร่งช่วยเหลือชาวประมงอย่างเร่งด่วน 5 ข้อ พร้อมทั้งประกาศไม่มีคำตอบภายใน 15 วัน ทางกลุ่มประมงทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ จะพร้อมใจกันนำเรือกลับมาจอดที่ท่าเทียบเรือ หยุดการทำประมงทันที ทั้งนี้ยังขอให้ผู้ประกอบการและอุสาหกรรมประมงทุกขนาด ไม่ให้นำปลาจากทะเลฝั่งอันดามันเข้าพื้นที่ เพื่อร่วมเรียกร้องรัฐบาลและขอรับใบแดงจากอียู เพื่อยุติปัญหาชาวประมง
นายภรัณยู เจริญ ตัวแทนผู้ประกอบการชาวประมงจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า การทำประมงในพื้นที่อ่าวไทยนั้นจะเป็นการส่งออกวัตถุดิบสู่ประเทศแถบอ่าวไทย ทั้งมาเลเซีย สิงคโปร์ รวมถึงที่ขายที่กินกันในราคาถูกในพื้นที่และในประเทศนั้นก็เป็นปลาที่ออกไปจากตรงนี้ แต่รัฐกลับมาบีบให้ต้องกลายเป็นนำปลาจากนอกเข้ามากิน ซึ่งราคาแพงกว่าและยังไม่สดอีกด้วย นอกจากนั้น ล้วนเป็นปลาที่แช่น้ำยามาทั้งนั้น หากลูกหลานกินเข้าไปมากๆ จะเป็นอย่างไร แต่รัฐบาลไทยก็ยังจะเอาใจอียู ซึ่งจริงๆแล้วเขาไม่ได้ออกกฎมากมายขนาดนี้ รัฐบาลเองต่างหากที่อออกกฎข้อบังคับมากมายเพิ่มเพียงเพื่อจะเอาใจอียู ทั้งที่จริงการออกกฎข้อบังคับตั้งแต่แรกนั้นประมงก็ต่างให้ความร่วมมือและปรับตัวจนได้เกือบหมดแล้ว แต่กลับมาออกเพิ่มอีก ไม่รู้ว่ารัฐต้องการจะทำอะไร หรือจะให้ลดจำนวนเรือก็บอกมาว่า ตอนนี้ฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามันต้องการจะให้มีเรืออยู่จำนวนกี่ลำก็บอกมา ในส่วนของเรือที่ไม่มีกำลังสามารถทำต่อได้ ทำไมรัฐไม่ออกมาตรการหาทางช่วยเหลือจริงจัง หรือควรจะเยียวยาด้วยการช่วยซื้อเรือคืน เพื่อให้เจ้าของได้ไปใช้หนี้สิน ไปหากินในอาชีพอื่นแทน ตรงนี้รัฐควรหางานมารองรับ และควรโทษภาครัฐเอง ที่ก่อนหน้านี้ทำให้เรือออกมาจนล้นมากขนาดนี้เพราะใคร หากไม่ใช่เจ้าหน้าที่มีส่วนเกี่ยวข้องเรียกรับใต้โต๊ะ แบบไม่มีการควบคุม แบบนี้มันความผิดใคร เพราะจริงๆ แล้วควรเอาผิดทางราชการก่อน แต่นี้กลับมาออกกฎหมายแบบเหมือนจะฆ่าชาวประมงให้ตายเสียก่อน ทำแบบนี้ไม่ถูกต้อง และทางภาครัฐต้องแก้ไขในส่วนของตนเองก่อนให้ได้ ก่อนจะมาแก้ไขตรงจุดนี้ที่เป็นแค่เพียงประชาชนคนไทยที่ได้รับผลลกระทบ

ด้าน นายภูเบศ จันทนิมิ นายกสมาคมประมงจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า หลังจากที่ทางอียูได้ให้ใบเหลืองกับทางไทย โดยทาง คสช.ได้ตั้ง ศปมผ.ขึ้นเพื่อปัญหาชาวประมง ตลอดที่ผ่านมาได้มีการออกกฎหมายและข้อบังคับเพิ่มจำนวนมาก บางอย่างก็ไม่ใช้โจทย์ที่ทาง อียูตั้งขึ้นมา โดยไม่ฟังเสียงจากชาวประมง แก้ปัญหาโดยไม่คำนึงถึงประชาชนที่จะอยู่รอดหรือไม่ ผิดพลาดมาโดยตลอด ทางชาวประมงเองก็พยายามปรับตัว แต่ต้องใช้เวลาเนื่องจากไม่มีที่ไหนที่สามารถแก้ใบเหลืองอียูได้ในเวลาสั้น ๆ และรัฐบาลต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการแก้ปัญหา ถามว่าเรือประมงในขณะนี้หยุดทำการประมงเป็นหมื่นลำ ประเทศชาติเสียหายไปแล้วกี่แสนล้านและประชาชนที่เกี่ยวข้องกับการประมงเดือดร้อนเป็นแสนคน และตอนนี้ยังมากำหนดให้เรือประมงออกเรือได้ปีละ220 วัน ซึ่งใน 1 เดือนสามารถออกทำการประมงได้ 10 กว่าวัน ชาวประมงรับไม่ได้ จึงขอให้ทาง ศปมผ.ช่วยแก้ปัญหา แต่ไม่ใช้ให้เพิ่มปัญหาและทบทวนวิธีการแก้ปัญหาที่ผ่านมาตอลด 1 ปีที่ผ่านมาเรือประมงต้องจอดเป็นหมื่นลำ ประเทศชาติเสียหาย จะมีวิธีการแก้ปัญหาอย่างไร ที่ทำให้ชาวประมงสามารถกลับมาทำอาชีพประมงได้และแก้ปัญหาร่วมกัน

