หน้าแรก ภูมิภาค ช้างคู่บารมีพ...

ช้างคู่บารมีพญามังรายสะดุดเจ้าท่าแจ้งบุกรุก

29.03.18 | 09:40 น.

เมื่อวันที่ 29 มีนาคม ผุ้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีเทศบาลนครเชียงรายพร้อมด้วยประชาชนหลายภาคส่วนเสนอโครงการปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยวทางด้านวัฒนธรรมล้านนา ขึ้นที่บริเวณเกาะกลางแม่น้ำกก เขตเทศบาลนครเชียงราย ภายใต้งบประมาณ 32,000,000 บาท โดยหนึ่งในนั้นจะมีการก่อช้างคู่บารมีพญามังราย ขนาด 7.61 เมตร พร้อมฐานสูง 30 เซนติเมตร จะหล่อด้วยบรอนซ์ทั้งองค์ซึ่งได้รับการออกแบบในลักษณะช้างมงคล 9 ประการ โดยการออกแบบของศิลปินชาวเชียงราย ต่อนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย แต่ได้รับการปฏิเสธที่จะเซ็นอนุมัติเนื่องจากความเหมาะสมเรื่องสถานที่ ทำให้ต้องมีการขอเปลี่ยนสถานที่ก่อสร้างมาใช้พื้นที่บริเวณศาลากลางหลังเก่ากลางใจกลางเมืองเชียงรายแทน และให้จัดมีการทำประชาพิจารณ์ซึ่งประชฃาชนส่วนใหญ่เห็นชอบ แต่ก็ถูกปฏิเสธที่จะเซ็นอนุมัติจากนายณรงค์ศักดิ์ พร้อมกับมีการระบุว่าเป็นโครงการที่ส่อทุจริตรวมถึงโครงการอื่นๆ อีกหลายโครงการ และท้าให้มีการย้ายออกนอกพื้นที่ ล่าสุดทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว

นายสุรนาถ ศิริโชติ ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาเชียงราย เปิดเผยว่าบริเวณเกาะกลางแม่น้ำกก ซึ่งเป็นพื้นที่ปัญหานั้น เป็นเกาะที่เกิดขึ้นจากสันดอนกลางน้ำที่ตื้นเขินซึ่งทับถมจากทราบและดินมาเป็นระยะเวลาหลายปี จนปัจจุบันเป็นพื้นที่น้ำท่วมไม่ถึงเนื้อที่กว้างประมาณ 18 ไร่ ซึ่งกรมธนารักษ์ได้ขึ้นทะเบียนเป็นที่ราชพัสดุมาหลายสิบปี ระมาณช่วงปี 2532-2533 แล้ว ต่อมาทางเทศบาลได้ขอใช้พื้นที่และดูแลจากกรมธนารักษ์อีกทอดหนึ่ง โดยตามกฤษฎีกาแล้วเจ้าท่าจะดูแลเฉพาะที่น้ำท่วมถึง หากพื้นที่ไหนน้ำท่วมไม่ถึงก็จะอยุ่ในการดูแลของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งสามารถใช้ประโยชน์เกี่ยวกับด้านสาธารณต่างๆได้

นายสุรนาถกล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตาม ต่อมาประมาณปี 2560 ที่ผ่านมาได้มีการปรับปรุงพื้นที่และได้มีการถมพื้นที่เป็นถนนเพื่อข้ามไปยังเกาะกลางแม่น้ำเพื่อขนวัสดุก่อสร้างไปยังเกาะประมาณ 3 จุด อยู่บริเวณหัวเกาะ กลางเกาะ และท้ายเกาะ ซึ่งถือเป็นการรุกล้ำลำน้ำ ทางเจ้าท่าก็ได้มีการแจ้งความดำเนินคดีในส่วนที่บุกรุกลำน้ำกับผู้ที่ดำเนินการแล้ว ส่วนบนเกาะยังอยู่ในการดูแลของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งทางธนารักษ์ ทางเทศบาลหรือจังหวัดจะต้องมีการพูดคุยกันที่จะใช้พื้นที่

นอกจากนี้ จากการลงพื้นที่ตรวจสอบพื้นที่ร่วมกับทางสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. พบว่าเกาะลักษณะคล้ายกันที่ทางธนารักษ์ได้ขึ้นทะเบียนไว้แล้วประมาณ 11-12 เกาะ ซึ่งบางเกาะมีผู้เช่าแล้ว บางเกาะยังไม่มีผู้ใช้ประโยชน์ ซึ่งทาง สตง.ได้แนะนำให้เกาะไม่ใหญ่มากหรือเกาะที่ไม่ใช้ประโยชน์แต่ยังพอขุดได้อยู่ ก็ให้ดำเนินการขุดออก ซึ่งทางสำนักงานเจ้าท่าเชียงรายก็ได้เสนอเรื่องไปยังศูนย์ขุดจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อดำเนินการ ซึ่งอยู่ระหว่างจัดทำแผนและตรวจสอบอยู่

Advertisement