เมื่อวันที่ 29 มีนาคม นายศุภณัฐ สิรันทวิเนติ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้กล่าวชี้แจงกรณีการติดตั้งตู้กรองน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ถูกวิจารณ์ว่ามีราคาแพงเกินไปหรือไม่ โดยมีการลงนามถึง 2 สัญญา และยังติดตั้งนอกพื้นที่ความมั่นคงนั้น ว่า เดิมบริษัท เซ็นทริก (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้พัฒนาระบบเครื่องกรองน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ ผลงานชิ้นนี้ได้รับรางวัลในด้านสุดยอดนวัตกรรม รวม 11 องค์กร เครื่องกรองน้ำพลังงานแสงอาทิตย์นี้ มีคุณสมบัติโดดเด่นกว่าตู้กรองน้ำทั่วไป ได้พัฒนาระบบควบคุมและรายงานผลระยะไกลเพื่อตรวจสอบการทำงานเครื่องกรองน้ำทุกเครื่องที่ผลิตโดยบริษัทตลอดอายุการใช้งาน ราคาที่จำหน่ายทั่วๆ ไปจึงสูงกว่าราคาที่ ศอ.บต. จัดซื้อจัดจ้าง ถือว่าเป็นราคาพิเศษแต่คุ้มทุน เพราะติดตั้งจำนวนหลายเครื่อง
ในส่วนของการดูแลภายหลังหมดระยะเวลาการรับประกัน บริษัทฯ ยังติดตามตรวจสอบการทำงานของเครื่องด้วยระบบการติดตามและตรวจสอบการทำงานผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศตลอดอายุการใช้งาน โดยแจ้งความผิดปกติที่ตรวจพบโดยเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ จากส่วนกลาง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลประจำจังหวัด และประชาชนในพื้นที่สามารถเข้าตรวจสอบการทำงานของเครื่องได้ทุกจุด ตามที่ได้รับรหัสผ่านซึ่งผู้รับผิดชอบสามารถเข้าตรวจสอบการใช้งานได้

นายศุภณัฐ กล่าวว่า เมื่อเปรียบเทียบราคาเครื่องกรองน้ำที่มีเทคโนโลยีและกำลังการผลิตใกล้เคียงกัน เครื่องกรองน้ำพลังงานแสงอาทิตย์จากประเทศแถบยุโรปและมีการนำมาเสนอขายในประเทศไทย ตั้งราคาขายในท้องตลาดอยู่ที่ประมาณ 4,800,000 บาท รุ่น TSS 200 Trunz Seawater system 200 เมื่อเทียบกับเครื่องกรองน้ำของบริษัทฯ ซึ่งใช้วัสดุ อุปกรณ์และเทคโนโลยีที่พัฒนาโดยคนไทยจนได้รับรางวัล”สุดยอดนวัตกรรม 7 Innovation Awards” แล้ว จะเห็นได้ว่ามีราคา 549,0000 บาท ถูกกว่าเครื่องกรองน้ำที่มีเทคโนโลยีและกำลังการผลิตใกล้เคียงกัน ประมาณ 8 เท่า
“ส่วนต้องจัดซื้อจัดจ้างเป็น 2 สัญญา นั้น ศอ.บต.ได้จัดสรรงบประมาณโครงการติดตั้งตู้กรองน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผลิตน้ำขนาด 4,000 ลิตรต่อวัน แยกเป็น 2 ส่วน ดังนี้ 2.1 พื้นที่เน้นหนักในการแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคง จ.ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และ 4 อำเภอของจ. สงขลา (อ.จะนะ สะบ้าย้อย นาทวี และเทพา) อำเภอละ 2 จุด รวม 74 จุดๆ ละ 549,000 บาท จำนวน 40,626,000 บาท 2.2 พื้นที่ที่ต้องการพัฒนาภายใต้การกำกับดูแลของ ศอ.บต. (จ.สตูล และอีก 12 อำเภอของจ.สงขลา) อำเภอละ 1 จุด รวม 19 จุดๆ ละ 549,000 บาท จำนวน 10,431,000 บาท ศอ.บต. จึงได้จัดซื้อจัดจ้างเป็น 2 สัญญาตามพื้นที่ตามงบประมาณที่ได้รับการจัดสรร เน้นหนักในการแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคง จ.ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และ 4 อำเภอของจ.สงขลา จำนวน 74 จุด กำหนดส่งมอบงานภายใน 270 วัน และพื้นที่ที่ต้องการพัฒนาภายใต้การกำกับดูแลของ ศอ.บต. (จ.สตูลและอีก 12 อำเภอของจ.สงขลา) จำนวน 19 จุด กำหนดส่งมอบงานภายใน 120 วัน”

นายศุภณัฐ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ผู้จัดอบรมได้แนะนำแนวทางการหารายได้โดยวิธีการบริจาคโดยสมัครใจจากผู้ใช้น้ำดื่ม หรือการตั้งกรรมการเก็บค่าน้ำดื่มในราคาที่ชุมชนบริหารจัดการเอง เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน การดูแลรักษาและซ่อมบำรุง ในการใช้น้ำดิบเข้ามาสู่ระบบการกรองส่วนใหญ่ใช้ที่มาจากน้ำประปาหมู่บ้านหรือน้ำจากแหล่งธรรมชาติ จึงไม่มีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้หรือหากมีค่าใช้จ่ายก็จะเป็นจำนวนน้อย ราคาน้ำต้นทุนเมื่อมีการเดินเครื่อง 24 ชั่วโมง จะได้น้ำดื่ม 120,000 ลิตร โดยมีค่าน้ำไม่เกิน 750 บาท/เดือน เมื่อคิดเทียบจากราคาน้ำดิบที่ราคาประมาณ 3 บาทต่อ 1,000 ลิตร จึงมีค่าใช้จ่ายด้านกระแสไฟฟ้าในกรณีแสงแดดไม่เพียงพอหรือเหตุสุดวิสัยอื่นที่ทำให้ต้องใช้พลังงานไฟฟ้าไม่มาก การดำเนินการติดตั้งตู้กรองน้ำพลังงานแสงอาทิตย์เป็นไปตามความต้องการของประชาชนในพื้นที่ โดยจะดำเนินการส่งมอบให้กับท้องถิ่นเจ้าของพื้นที่ดูแลรับผิดชอบและซ่อมบำรุงต่อไป

