หน้าแรก ภูมิภาค ผนึกกำลัง! กล...

ผนึกกำลัง! กลุ่มต้านเหมืองทองพิจิตร-ต้านเหมืองเพชรบูรณ์ จับมือร่วมพันธมิตรขับเคลื่อน

30.03.16 | 19:05 น.

วันที่ 30 มีนาคม เมื่อเวลา 13.00 น. แกนนำต่อต้านเหมืองทอง จ.พิจิตร โดยการนำของนางธัญญารัศมิ์ สินทรธรรมทัช หรือ “สื่อกันยา”  และนางธัญนนท์ หล่อทรัพย์ ได้รุดเข้าหารือกับนายวิศัลย์ โฆษิตานนท์ แกนนำต่อต้านเหมืองแร่ “กลุ่มคนเพชรบูรณ์ไม่เอาเหมืองแร่” ที่ จ.เพชรบูรณ์ เพื่อหารือถึงแนวทางในการต่อสู้คัดค้านกับทางเหมืองทอง ซึ่งทางรัฐบาลอยู่ในระหว่างการพิจารณาต่อใบอนุญาตโรงงานประกอบโลหะกรรมให้กับ อัครา รีซอร์สเซส โดยใบอนุญาตจะหมดอายุในวันที่ 13 พฤษภาคมนี้ แต่ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบและเวลานี้เหมือนต่อสู้กันอย่างโดดเดี่ยว ขณะที่ไม่เพียงในพื้นที่ก็ไม่ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้ว ยังขาดพลังมวลชนและแนวทางเครือข่ายอีกด้วย

รายงานระบุว่า ทางแกนนำ จ.พิจิตร จึงพร้อมจับมือเป็นพันธมิตร เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และร่วมแชร์ประสบการณ์ รวมทั้งขอหารือในข้อกฎหมาย และขอคำแนะนำด้านการรณรงค์ต่อต้าน โดยยอมรับว่าจ.เพชรบูรณ์มีประสบการณ์และยังมีกลุ่มเครือข่ายที่เข้มแข็ง ซึ่งนายวิศัลย์ได้ตอบรับพร้อมให้ข้อแนะนำว่า เพชรบูรณ์ก็ถอดบทเรียนจาก จ.พิจิตร เพื่อมาใช้เป็นแนวทางในการรณรงค์ต่อสู้กับทางเหมืองแร่ เพียงแต่สถานการณ์แตกต่างกัน โดยที่ จ.เพชรบูรณ์ขั้นตอนการจะเกิดเหมืองแร่เพิ่งเริ่มต้น ผิดกับเหมืองทองที่ จ.พิจิตร ที่ปัญหาถูกยกระดับไปถึงระดับประเทศแล้ว อย่างไรก็ตาม นายวิศัลย์ได้แสดงความชื่นชมกับกลุ่มต่อต้านเหมืองทองที่พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องบ้านเกิด พร้อมรับปากยินดีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และร่วมแชร์ประสบการณ์ร่วมกัน

201603301842592-20021028190322

นางธัญญารัศมิ์กล่าวว่า หลังจากที่ศาลมีคำตัดสินเมื่อวานนี้ ดูเหมือนเราจะแพ้ แต่ก็ไม่ใช่จะแพ้โดยสิ้นเชิง เพราะยังมีโอกาสที่จะอุทธรณ์โดยจะนำผลการพิพากษาที่ระบุว่า ทางส่วนราชการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่แต่ในมาตรา 157 ยังมีกฎหมายพิเศษที่ต้องบ่งชี้องค์ประกอบของความผิดใครได้หรือเสียประโยชน์หรือเกิดการทุจริตหรือไม่ จึงมาหารือทางคุณวิศัลย์ว่าจะนำผลการตัดสินไปทำประโยชน์ในเรื่องขบวนการขับเคลื่อนต่อต้านหรือคัดค้านอะไรได้บ้าง

“ส่วนการพิจารณาของกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) ที่จะต่ออายุใบอนุญาตประกอบโลหะกรรมให้แก่ทางเหมืองนั้น เราก็คาดหวังว่าทาง กพร.จะไม่ต่อใบอนุญาตให้ เพราะขั้นตอนทุกอย่างไม่ได้ถูกกฎหมาย ซึ่งที่ผ่านมามีการฟ้องทั้งศาลปกครองและศาลอาญา โดยคำพิพากษาที่ออกมาก็ชี้ว่าขบวนการการได้มาของใบอนุญาตตั้งแต่แรกไม่ถูกต้อง จึงมีความหวังว่าอธิบดี กพร.จะมองเห็นผลกระทบที่ทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน โดยไม่มีการแก้ไขที่ชัดเจน จึงไม่ควรจะเซ็นอนุมัติ” นางธัญญารัศมิ์กล่าว

Advertisement

ด้านนายวิศัลย์กล่าวว่า ตนได้ให้ข้อแนะนำที่ต้องนำข้อกฎหมายที่ศาลมีคำตัดสินแล้วจะต้องแสดงเจตนาไปถึง กพร. ว่าศาลทั้งสองแห่งทั้งศาลปกครองและศาลอาญาตัดสินแล้วว่าขบวนการออกใบอนุญาตไม่ถูกต้อง หากยังต่อใบอนุญาตให้อยู่ในข่ายฝ่าฝืนคำสั่งศาล โดยตนมีความเห็นว่า เมื่อขบวนการการออกใบอนุญาตไม่ถูกต้อง ก็ต้องกลับเป็นศูนย์ใหม่ โดยไม่สามารถจะทำในสิ่งไม่ถูกต้องให้ถูกต้องโดยการต่อยืดออกและเพิ่มเงื่อนไขอื่นเข้ามา

“ตนมองแล้วจะเป็นปัญหาทางด้านกฎหมาย ฉะนั้น จึงให้คำแนะนำควรหานักกฎหมายที่มีความรู้และเชี่ยวชาญมาช่วยเหลือ โดยผมก็พร้อมจะช่วยเหลือในด้านวิชาการหรือขบวนการในด้านการต่อสู้ที่จะร่วมมือกัน แต่ขอประกาศเจตนารมณ์สำหรับกลุ่มคนเพชรบูรณ์ไม่เอาเหมืองแร่พร้อมจะสนับสนุนทางกลุ่มต่อต้านเหมืองทองคำเท่าที่จะทำได้ แม้ปัญหาจะแตกต่างกันแต่สามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันได้” นายวิศัลย์กล่าว