หน้าแรก ภูมิภาค ‘บุพเพส...

‘บุพเพสันนิวาส’ฟีเวอร์! นักท่องเที่ยวทั้งไทย-เทศ ตามรอยละคร แห่เที่ยวชมพระปรางค์สามยอดลพบุรี(คลิป)

30.03.18 | 14:55 น.

บรรยากาศบริเวณพระปรางค์สามยอด อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ หลังจากกระแสละครดัง “บุพเพสันนิวาส” มาถึงตอนเที่ยวชมเมืองละโว้ โดยหนึ่งในสถานที่ในละครได้กล่าวถึง พระปรางค์สามยอด แห่งเมืองละโว้ ปัจจุบันตั้งอยู่ในจังหวัดลพบุรี ทำให้เกิดปรากฏการณ์ ตามรอยละครดัง “บุพเพสันนิวาส” นักท่องเที่ยวแห่กันมาถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก รวมถึงกรุ๊ปทัวร์ของชาวต่างชาติ ได้จัดทัวร์เที่ยววังนารายณ์ ปรางค์สามยอด บ้านหลวงวิชาเยนทร์ เมืองละโว้ ไว้ให้กับชาวไทยและชาวต่างชาติได้รู้ถึงประวัติศาสตร์ โดยตลอดทั้งวัน นักท่องเที่ยวไม่ต่ำกว่า 1,000 คน มาเที่ยวชม

ผู้สื่อข่าวรายงานข่าวว่า ในการลงพื้นที่สำรวจพบว่า บริเวณพระปรางค์สามยอด ยังคงมีนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ทยอยเดินทางมาถ่ายรูป พร้อมกับอ่านประวัติศาสตร์และความเป็นมาของพระปรางค์สามยอด ซึ่งได้ถามถึงนักท่องเที่ยวชาวไทยคนหนึ่ง ได้ความว่า เป็นคนกรุงเทพมหานคร เมื่อคืนตนและครอบครัวได้ดูละคร บุพเพสันนิวาส ได้กล่าวถึงพระปรางค์สามยอด ซึ่งตนเองเห็นถึงความงดงามของพระปรางค์สามยอด จึงอยากมาดูและมาถ่ายรูป รุ่งเช้าตนเองจึงพาครอบครัวเดินทางมาลพบุรี เพื่อมาถ่ายภาพ ซึ่งเมื่อเดินทางมาถึง ได้พบความสวยงามของพระปรางค์สามยอด แต่กลับไม่เหมือนกับในฉากละคร แอบเสียใจบ้างเล็กน้อย ว่าทำไมกองละครไม่มาถ่ายทำสถานที่จริง แต่ตนเองก็ไม่โกรธและเข้าใจว่าคงมีเหตุผลบางอย่างที่ไม่สามารถมาถ่ายทำในสถานที่จริงได้

ด้านนายสุปกิต โพธิปภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี กล่าวเชิญชวนพี่น้องประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติร่วมกันตามรอยละครบุพเพสันนิวาส เป็นเรื่องราวของอดีตในสมัยกรุงศรีอยุธยาในแผ่นดินของสมเด็จพระนารายณ์ โดยพระนารายณ์ราชนิเวศน์ เป็นพระราชวังโบราณสมัยกรุงศรีอยุธยาที่มีความสำคัญและมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรมแสดงถึงความรุ่งเรืองสูงสุดสมัยหนึ่งของเมืองลพบุรี ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช พื้นที่ภายในพระราชวังแบ่งออกเป็น 3 เขต คือ เขตพระราชฐานชั้นนอก เขตพระราชฐานชั้นกลาง และเขตพระราชฐานชั้นใน มีพระที่นั่งและสิ่งก่อสร้างดังนี้เขตพระราชฐานชั้นนอก มีสิ่งก่อสร้าง 5 หลัง คือ อ่างเก็บน้ำประปา เป็นที่เก็บน้ำใช้ภายในพระราชวัง เก็บน้ำที่ไหลจากอ่างซับเหล็กตามท่อดินเผามายังพระราชวัง และส่งต่อไปใช้ตามตึกต่างๆ สิบสองท้องพระคลัง สันนิษฐานว่าเป็นพระคลังเก็บสินค้าหรือสิ่งของเพื่อใช้ในราชการ ตึกเลี้ยงรับรองแขกเมือง เป็นสถานที่เลี้ยงต้อนรับคณะราชฑูตต่างประเทศ ซึ่งสมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงโปรดพระราชทานเลี้ยงแก่คณะราชทูตเชอร์วาเลีย เดอ โชมองต์ จากประเทศฝรั่งเศส ในปี พ.ศ.2228 ตึกพระเจ้าเหา สันนิษฐานว่าเป็นหอพระประจำพระราชวัง ชื่อพระเจ้าเหา หมายถึง พระพุทธรูปเก่าแก่สำคัญที่ประดิษฐานอยู่ภายในตึกนี้ โรงช้างหลวง เป็นที่อยู่ของช้างพระที่นั่งของสมเด็จพระนารายณ์มหาราชและเจ้านายสำหรับใช้ในราชการเสด็จประพาสป่าล่าสัตว์และที่พักของควาญช้างและผู้ดูแลช้างเขตพระราชฐานชั้นกลาง มีสิ่งก่อสร้าง 2 หลัง คือ พระที่นั่งจันทรพิศาล เป็นที่ประทับออกว่าราชการแผ่นดินและประชุมองคมนตรี พระที่นั่งดุสิตสวรรค์ธัญญมหาปราสาท เป็นที่เสด็จออกต้อนรับคณะราชทูตต่างประเทศ เขตพระราชฐานชั้นใน มีสิ่งก่อสร้าง 1 หลัง คือ พระที่นั่งสุธาสวรรค์ เป็นที่ประทับส่วนพระองค์ของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ปัจจุบันจะเห็นฐานอาคารขนาดใหญ่ มีเกยสำหรับทรงเสลี่ยงหรือทรงม้า สภาพเดิมถูกบันทึกว่า มุงหลังคาด้วยกระเบื้องเคลือบสีเหลือง มีกำแพงแก้วล้อมรอบ มีสระน้ำ 4 สระ มีเขาจำลองและปลูกพันธุ์ไม้

สำหรับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ จัดแสดงศิลปะโบราณวัตถุภายในพื้นที่ 3 อาคาร คือ พระที่นั่งจันทรพิศาล สร้างขึ้นในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เดิมใช้เป็นท้องพระโรงสำหรับประชุมเสนาบดี หลังจากถูกทิ้งร้างไป พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) แห่งกรุงรัตนโกสินทร์โปรดเกล้าฯ ให้บูรณปฏิสังขรณ์พระที่นั่งขึ้น ใช้เป็นอาคารจัดแสดงนิทรรศการถาวร แสดงภาพประวัติศาสตร์ และโบราณวัตถุที่มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องราวในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ที่ได้รวบรวมสิ่งของที่ใช้ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ ภาพวาดรูปเหมือน หมื่นสุนทรเทวา ขุนศรีวิศาลวาจา ภาพคณะราชทูตฝรั่งเศสมาเข้าเฝ้าสมเด็จพระนารายณ์ ภาพคณะทูตไทยเข้าเฝ้าพระเจ้าหลุยที่14 หลังจากชมละครบุพเพสันนิวาส คงจะได้ยินตำราเรียนในสมัยอยุธยา ชื่อว่า จินดามณี กันมาแล้ว ซึ่งเด็กวัยรุ่นสมัยนี้แทบจะไม่มีใครเห็น ซึ่งในปัจจุบันเรื่องของการศึกษาก็พัฒนาไปไกล มีการผสมสานของเทคโนโลยีและบูรณาการเรียนแบบใหม่ๆ เข้ามาสอนมากมาย ซึ่งแตกต่างกับการเรียนในสมัยก่อน เรียนวิชาต่างๆ ผ่านหนังสือเรียน มีความทรงจำ มีกลิ่นอายของความเป็นไทยแท้ๆ อยู่แบบเรียนเล่มแรกของไทย ชื่อ จินดามณี แต่งโดย พระมหาราชครู กวีในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช (ครองราชย์ปี พ.ศ.2199 – 2231) หลังละครบุพเพสันนิวาสได้ออกอากาศ ปรากฎว่าให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาเข้าชมพิพิธภัณฑ์ตามกระแสละครเป็นจำนวนมาก

พระที่นั่งดุสิตสวรรค์ธัญญมหาปราสาทเป็นพระที่นั่งที่มีรูปแบบงานศิลปกรรมที่ผสมระหว่างตะวันออกและตะวันตกไว้ได้อย่างลงตัว ประกอบไปด้วยอาคารทรงมณฑป และอาคารทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าก่อยื่นออกมาข้างหน้า บันทึกของนิโกลาส์ แชร์แวส ระบุว่า ภายในพระที่นั่งหลังนี้ประดับประดาไปด้วยกระจกเงาสวยงามยิ่ง

พระนารายณ์ราชนิเวศน์ยังมีเรื่องราวเกี่ยวกับตัวละครในเรื่องบุพพเพสันนิวาสอีกมากมาย

Advertisement

บ้านวิชาเยนทร์ เมืองลพบุรี ในแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช คล้ายวัดเก่าแต่ความจริงแล้วเศษซากโบราณสถานเหล่านี้คือบ้านวิชาเยนทร์ หรือ บ้านหลวงรับราชทูต ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อใช้ต้อนรับคณะทูตจากประเทศฝรั่งเศสในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช และท้าวทองกีบม้า (มารี กีมาร์) เจ้าของต้นตำรับขนมหวานในไทยทั้งทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง หม้อแกง เคยบ้านพักที่เมืองลพบุรี เจ้าพระยาวิชาเยนทร์ (คอนสแตนติน ฟอลคอน) สมุหนายกชาวกรีก ประวัติอันน่าสนใจของเจ้าพระยาวิชาเยนทร์กับท้าวทองกีบม้าซึ่งจบลงอย่างน่าเศร้า พร้อมกับการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนารายณ์ บ้านวิชาเยนทร์ในปัจจุบันเป็นโบราณสถานซึ่งอยู่ในรั้วรอบขอบชิด มีประตูเปิด-ปิด ภายในยังมองเห็นโครงสร้างแบ่งเป็นสามส่วนคือบ้านพักรับรองเหล่าคณะทูต บ้านพักของพระยาวิชาเยนทร์และท้าวทองกีบม้า กับตรงกลางคือโบสถ์ศาสนาคริสต์ซึ่งถือเป็นหลังแรกของโลกที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมยุโรปยุคเรเนซองส์ผสมกับสถาปัตยกรรมไทย ตั้งอยู่บนถนนวิชาเยนทร์ ห่างจากเทวสถานปรางค์แขกประมาณ 200 เมตร เปิดทุกวัน 08.30-17.00 น.