วันที่ 31 มีนาคม เมื่อเวลา 08.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณสะพานข้ามห้วยขะยูง อยู่กึ่งกลางระหว่างบ้านไร่เจริญ ต.จานใหญ่ อ.กันทรลักษ์ และบ้านโนนใหญ่ หมู่ 11 ต.เสียว อ.เบญจลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นบริเวณที่ลำห้วยขะยูง ลำน้ำสำคัญอีกสายหนึ่งของ จ.ศรีสะเกษ ที่ไหลมาจากเทือกเขาพนมดงรัก ชายแดนไทย-กัมพูชา ปรากฏว่าได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง และสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวอย่างหนัก ส่งผลให้ลำห้วยขะยูงได้แห้งขอดตลอดสาย มีน้ำเหลืออยู่เป็นหย่อมๆ เพียงเล็กน้อยเท่านั้น มีร่องน้ำกว้างประมาณ 1 เมตร เป็นทางน้ำไหล และมีขอนไม้ขนาดใหญ่วางขวางอยู่ในบริเวณที่อดีตเคยได้ชื่อว่าเป็นลำห้วยขะยูง รวมถึงพื้นทรายใต้ท้องลำห้วยขะยูงโผล่พ้นน้ำขึ้นมาเป็นทางยาวหลายกิโลเมตร โดยลำห้วยขะยูงแห่งนี้ไหลผ่าน อ.กันทรลักษ์ อ.โนนคูณ อ.เบญจลักษ์ ของ จ.ศรีสะเกษ และไหลผ่านอีกหลายอำเภอของ จ.อุบลราชธานี ได้เริ่มแห้งขอดมาตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2559 ทำให้ประชาชนที่ต้องอาศัยน้ำจากลำห้วยสำคัญนี้ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำใช้ในการอุปโภค บริโภค และน้ำทำการเกษตรเป็นอย่างมาก

นายจำรัส สวนจันทร์ ผอ.โครงการชลประทาน จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า จากการสำรวจระดับน้ำของอ่างเก็บน้ำทั้ง 16 แห่งของ จ.ศรีสะเกษ ปรากฏว่าขณะนี้มีน้ำที่ใช้การได้เหลืออยู่ประมาณ 42% เท่านั้น และระดับน้ำกำลังลดลงเรื่อยๆ เนื่องจากสภาพอากาศที่แห้งแล้ง ดังนั้น ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ใกล้จะถึงนี้ ตนจึงขอความร่วมมือจากประชาชนชาว จ.ศรีสะเกษ ควรที่จะเล่นสาดน้ำสงกรานต์แบบประหยัดน้ำ และควรที่จะหันไปเล่นน้ำตามแหล่งน้ำธรรมชาติ อ่างเก็บน้ำและแม่น้ำมูล เช่น อ่างเก็บน้ำห้วยติ๊กชู อ่างเก็บน้ำห้วยศาลา อ.ภูสิงห์ ฝายราศีไศล และที่ หาดบ้านแก้ง อ.เมืองศรีสะเกษ หาดนางเหงา อ.กันทรารมย์ แทนการนำเอาน้ำมาสาดบนท้องถนนจำนวนมาก จะเป็นการประหยัดน้ำได้เป็นอย่างดี เพื่อที่จะได้ร่วมกันประหยัดน้ำให้มีน้ำใช้ได้ตลอดหน้าแล้งปีนี้

