เมื่อวันที่ 3 เมษายน นายฐิติ โสมภีร์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ เปิดเผยกรณีสนธิกำลังเข้าตรวจยึดพื้นที่ที่พักสงฆ์พุทธสถานบุญญพลัง ที่ก่อสร้างอยู่กลางป่าริมอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ บนเนื้อที่ 20 ไร่ 2 งาน ในพื้นที่บ้านท่าสนุ่น หมู่ 4 ต.ด่านแม่แฉลบ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 24 มีนาคม ที่ผ่านมา พร้อมแจ้งความดำเนินคดีกับพระสงฆ์ในข้อหาบุกรุกอุทยานฯ และล่วงเลยระยะเวลาที่กำหนดในคำสั่งที่ นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้พิจารณาเพิกถอนที่พักสงฆ์พุทธสถานบุญญพลัง ว่า ตนยืนยันว่าตนปฏิบัติหน้าที่โดยชอบ ส่วนกลุ่มพุทธอุทยานบุญญพลังจะดำเนินการร้องเรียนหน่วยงานต่างๆ ก็เป็นสิทธิ์ที่สามารถทำได้ ซึ่งตนก็สามารถชี้แจงข้อมูลข้อเท็จจริงในการเข้าปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวได้เช่นกัน โดยได้ดำเนินการไปตามอำนาจหน้าที่ และระเบียบขั้นตอนการปฏิบัติทุกอย่าง
นายฐิติกล่าวต่อว่าตนยืนยันว่าที่พักสงฆ์พุทธสถานบุญญพลังได้กระทำผิดเงื่อนไขข้อตกลงของโครงการส่งเสริมให้วัดหรือสำนักสงฆ์ช่วยงานด้านป่าไม้ ที่ให้สำนักสงฆ์เข้าร่วมโครงการรับทราบและถือปฏิบัติ จำนวน 9 ข้อ ซึ่งทางอุทยานฯ ได้แจ้งให้พระสงฆ์ อุบาสก อุบาสิกา ออกจากพื้นที่ภายในกำหนด 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง วันที่ 5 พ.ย. 2560 ซึ่งปัจจุบันเวลาได้ล่วงเลยมานานมากแล้ว แต่ปรากฏว่า ทั้งหมดยังไม่ย้ายออกจากพื้นที่ ซึ่งการที่ทางอุทยานฯ ให้เวลาในการย้ายออกนอกพื้นที่เกินกำหนด รวมกว่า 4 เดือน นั้น เนื่องจากในพื้นที่ดังกล่าวมีการก่อสร้างอาคารต่างๆ รวม 8 รายการ อาทิ กุฏิพร้อมห้องน้ำ โรงครัว ศาลาปฏิบัติธรรม ฐานพระองค์ใหญ่ (พระประธาน) พระพุธรูป สูง 15 เมตร เป็นต้น จึงได้ให้เวลาในการดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างพอสมควร แต่ผลปรากฏว่าทางสำนักสงฆ์ไม่ยอมปฏิบัติตามคำสั่ง และยังมีการดำเนินการสร้างฐานพระองค์ใหญ่อย่างต่อเนื่อง และนอกจากนี้ยังมีไม้แปรรูป และสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต อีกด้วย คณะเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันพิจารณาแล้วเห็นพร้องกันว่า การกระทำดังกล่าวของพระอาจารย์สมฤทธิ์ รัตนญาโณ (ธรรมกะ บุญญพลัง) เจ้าสำนักสงฆ์พุทธสถานบุญญพลัง และพระนธีกัสปะ ปญญลโพ กับพวกและบริวาร เป็นการกระทำผิดฐาน ก่อสร้าง แผ้วถาง หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือยึดถือ หรือครอบครองป่า เพื่อตนเองหรือผู้อื่น ตามความในพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 54 และมาตรา 73 และฐานยึดถือ หรือครอบครองที่ดิน รวมตลอดถึงก่นสร้าง แผ้วถาง ตามความในพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 มาตรา 16 (1) และมาตรา 24 จึงได้เข้าแจ้งความที่ สภ.ด่านแม่แฉลบ เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดต่อไป

“ส่วนกรณีที่ กลุ่มพุทธอุทยานบุญญพลัง อ้างว่า อยู่ระหว่างที่ทางสำนักสงฆ์ฯ ได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งขอให้เพิกถอนฯ ต่ออธิบดีกรมอุทยานฯ นั้น ตนขอชี้แจงว่า ในเรื่องนี้ยังไม่ได้มีหนังสือสั่งการจากกรมอุทยานฯ หรือ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) แจ้งมาถึงตนแต่อย่างใด ซึ่งหากตนปล่อยให้ทางสำนักสงฆ์ยังคงดำเนินการต่อไป ก็จะเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้” นายฐิติ กล่าว


