เมื่อเวลา 18.00น.วันที่ 4 เม.ย.2561 ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี นายอัธยา ศรีนามบุรี อายุ 48ปี และ น.ส.พริ้มเพรา ไชยไหวพริบ สองสามี-ภรรยา อาชีพค้าขาย ชาวจังหวัดกำแพงเพชร เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ ร.ต.ท.ตนุภัทร อักษรทอง รองสว.สอบสวน สภ.เมืองนนทบุรี เพื่อให้ดำเนินคดีกับนางอุทัยทิพย์หรือ ตูน (สงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 43 ม.4 ต.คลองขวาง อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี ที่อ้างว่าเดือดร้อนเรื่องเงิน ขอยืมรถกระบะ ยี่ห้อ โตโยต้า สีดำ หมายเลขทะเบียน บบ 8794 กำแพงเพชร ไปจำนำกับแก๊งค์รับจำนำรถเถื่อนรายหนึ่ง ย่านลาดพร้าว เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจรับแจ้งความพร้อมทั้งลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ก่อนจะดูข้อกฏหมายเพื่อออกหมายเรียกนางอุทัยทิพย์ และนายหน้ารับจำนำผู้เกี่ยวข้อง มาทำการสอบปากคำเพิ่มเติมต่อไป
นายอัธยา เปิดเผยว่า น.ส.พริ้มเพรา ภรรยาตนถูก นางอุทัยทิพย์ ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกับภรรยา หลอกว่าเดือดร้อนเรื่องเงิน ขอยืมรถยนต์คันดังกล่าวซึ่งภรรยาตนเป็นเจ้าของ เอาไปจำนำกับนายสายลม (สงวนนามสกุล) อายุ 39ปี ซึ่งเป็นนายหน้ารับจำนำรถ ในราคา 50,000 บาท คิดดอกเบี้ยร้อย 10% ต่อเดือน โดยตนและภรรยาได้ขับรถยนต์คันดังกล่าวมาพบกับนางอุทัยทิพย์ และนายสายลม เมื่อวันที่ 22 ม.ค.2560 ที่ห้างบิ๊กซี ติวานนท์เพื่อจำนำรถยนต์กระบะ มีกำหนดไถ่ถอนรถกระบะคืน 1เดือน โดยนางอุทัยทิพย์หรือ ตูน รับปากว่าจะรับผิดชอบทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยเอง หลังจากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อ นางอุทัยทิพย์ได้อีก
นายอัธยา กล่าวต่ออีกว่า กระทั่งวันที่ 31 มี.ค.60 ได้เลยกำหนดระยะเวลาไถ่-ถอนรถกระบะคืน ตนไม่สบายใจจึงได้เดินทางเข้าแจ้งความเอาไว้ที่ สถานีตำรวจภูธรเมืองกำแพงเพชร เนื่องจากเกรงว่ารถกระบะของตนจะสูญหายไป เนื่องจากไม่สามารถติดต่อขอไถ่-ถอนเอารถยนต์คืนกลับมาได้เลย หลังจากแจ้งความตนก็ได้มีการโทรศัพท์ติดต่อกับนายสายชล ที่เป็นคนมารับรถ อยู่เป็นระยะ แต่นายสายชล พยายามบ่ายเบี่ยงมาโดยตลอดและมักจะอ้างว่ามีเสธ.นายทหารใหญ่รายหนึ่ง เป็นนายทุนรับจำนำรถยนต์เอาไว้อีกทีและมักพูดจาข่มขู่ตนทั้งสองมาโดยตลอด อ้างว่านายทหารท่านนี้มีเส้นสายที่ใหญ่โต หากลูกค้ารายได้ขาดส่งหรือทำให้ไม่พอใจ ก็จะจำหน่ายรถยนต์ส่งออกไปตามชายแดนตระเข็บเพื่อนบ้านไปเลย ทางภรรยาตนสงสารนางอุทัยทิพย์หรือ ตูน ที่เดือดร้อนเรื่องเงินมีความจำเป็นต้องใช้เงินด่วน และเห็นว่าเป็นญาตินามสกุลเดียวกันกับภรรยาและรับปากว่าจะไถ่-ถอนรถยนต์มาคืนให้ภายในระยะ 1เดือน ตอนส่งมอบรถ นายสายชลได้ให้ภรรยาตนเซ็นเอกสารอย่างรีบด่วน ก่อนขับรถยนต์ออกไป ส่วนเงินได้โอนเงินเข้าบัญชีภรรยาตนจำนวน 42,000 บาท ทุกวันนี้ตนได้ติดต่อนายสายชล ว่าจะขอรถยนต์คืน ก็จะถูกพูดจาบ่ายเบี่ยงปฎิเสธ ล่าสุดบอกว่าจะต้องนำเงินจำนวน 1 แสนบาทมาไถ่-ถอนคืน ตนก็งงว่า จำนำรถยนต์ไปแค่ 5 หมื่นบาท แต่ทำไมต้องนำเงินไปไถ่รถออกมาถึงจำนวน 1 แสนบาท ตนคิดว่าถูกหลอกแน่นอน จึงได้เดินทางเข้าแจ้งความและร้องผู้สื่อข่าวให้ช่วยเหลือ เพราะได้รับความเดือดร้อนอย่างมากในเวลานี้ วอนหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบและช่วยเหลือนำรถยนต์กระบะที่ตนกับภรรยาเอาไว้ใช้ทำมาหากินคืนตนกลับมาให้ด้วย เพราะทุกวันนี้ได้แต่ดูรูปรถยนต์กระบะในใบสั่งแทน

