เมื่อวันที่ 6 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานกรณีเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ(อช.)ตาดหมอก จ.เพชรบูรณ์ จับกุม 2 นายพรานต้องผู้ต้องคดีลักลอบล่าสัตว์ป่าในป่าห้วยเดื่อเขตอุทยานฯ หมู่ที่ 5 ต.บ้านโคก อ.เมืองเพชรบูรณ์ กระทั่งพบซากหมูป่าและลิงลมถูกชำแหระนำเนื้อมาย่างรมควัน ขณะที่มีผู้ต้องหาอีกรายหลบหนีไปได้ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวส่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีในข้อหากระทำผิด พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2505 ในหลายมาตรา มีรายงานแจ้งว่า ร.ต.อ.ศิรษิก บุญเกิด พนักงานสอบสวน สภ.บ้านโคก เจ้าของคดีฯ ได้นำนายวิทยา พุทธรักษา อายุ 29 ปี และ นายคัมภีร์ ศรีวิเศษ อายุ 22 ปี ทั้งหมดเป็นชาวเพชรบูรณ์ ผู้ต้องหาไปฝากขังที่ศาลจังหวัดเพชรบูรณ์ตั้งแต่เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 5 เมษายนที่ผ่านมาแล้ว
นอกจากนี้พนักงานสอบสวนฯยังตั้งข้อหากระทำผิดพ.ร.บ.อาวุธปืนฯกับสองผู้ต้องหาดังกล่าวเพิ่มเติม ได้แก่ ข้อหาครอบครองอาวุธปืนที่ไม่มีทะเบียนโดยไม่ได้รับอนุญาต และข้อหานำพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะเดียวยังสอบปากคำทั้งเจ้าหน้าที่พนักงานอุทยานฯชุดจับกุม รวมทั้งนายวิทยาพร้อมนายคัมภีร์เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้วเช่นกัน ในขณะที่ผู้ต้องหาทั้งสองรับสารภาพว่าเพิ่งเข้าป่าล่าสัตว์เป็นครั้งแรกและเพื่อนำมาประกอบอาหารไม่ได้นำไปขายด ส่วนอาวุธปืนลูก 2 กระบอกที่ตรวจยึดได้ งพนักงานสอบสวนได้ส่งไปตรวจพิสูจน์ที่พิสูจน์หลักฐาน จ.พิษณุโลก และอยู่ระหว่างรอผลการพิสูจน์ เพื่อจะใช้ประกอบสำนวนคดีในการส่งให้พนักงานอัยการเพชรบูรณ์สั่งฟ้องในโอกาสต่อไป
อย่างไรก็ตามสำหรับคดีดังกล่าวได้ชาวเน็ตต่างใสนใจ โดยยกคดีดังกล่าวเทียบเคียงกับคดีการจับกุมนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานกรรมการ บริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) กับพวก ลักลอบล่าเสือดำในป่าทุ่งใหญ่นเรศวรมาเปรียบเทียบถึงลักษณะและรูปคดีมีการกระทำผิดคล้ายคลึงกัน เพียงแต่ต่างกันที่วันเวลาและสถานที่เท่านั้น จากนั้นยังต่างพากันแสดงความคิดเห็นในเชิงส่อเสียด
ข่าวแจ้งด้วยว่า หลังการจับกุมนายวิทยาและนายคัมภีร์สองผู้ต้องหาดังกล่าว ชาวบ้านในเขตพื้นที่หมู่ 13 ต.บ้านโคก อ.เมืองเพชรบูรณ์ ต่างพากันงุนงงกับพฤติกรรมการล่าสัตว์ของชายหนุ่มทั้งสอง เพราะเคยพบเห็นเป็นแค่คนงานก่อสร้างเท่านั้น จึงเชื่อว่าอาจถูกชักชวนเข้าป่าล่าสัตว์แบบคึกคะนองมากกว่า ส่วนอาวุธปืนลูกซองยาว 2 กระบอกทั้งยี่ห้อสตีเว่นและยี่ห้อวินเซสเตอร์ ชาวบ้านหรือแม้กระทั่งคนใกล้ชิดต่างไม่เคยเห็นทั้งสองครอบครองมาก่อนโดยส่วนใหญ่ยังแสดงความแปลกใจอีกด้วย จากนั้นเพ่งเล็งไปที่นายโตดผู้ต้องหาที่หลบหนีอีกราย โดยชาวบ้านระบุเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่เคยรู้จักหรือคุ้นหูกับชื่อนี้มาก่อน
ด้านนายสมบัติ ช่วยเมือง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 5 บ้านน้ำเลา ต.บ้านโคก อ.เมืองเพชรบูรณ์ กล่าวว่า หมู่บ้านน้ำเลาเดิมขึ้นชื่อว่าเป็นหมู่บ้านมีพรานป่าค่อนข้างมาก เพราะมีแนวเขตหมู่บ้านติดต่อกับเขตป่าน้ำเดื่อซึ่งเป็นป่าในเขตอุทยานฯ แต่หลังจากมีการจับเข่าพุดคุยกับพรานเหล่านี้ก็ยอมลดละหรือเลิกอาชีพไป ส่วนที่ยังมีเหลืออยู่ก็จะถูกจับตาตลอดจนพูดได้ว่าหมู่บ้านเวลานี้ค่อนข้างปลอดจากการล่าสัตว์ สำหรับป่าน้ำเดื่อมีสัตว์ป่าชุกชุมส่วนสัตว์ที่ตกเป็นเป้าถูกล่ามีตั้งแต่หมูป่า เก้ง กวาง เลียงผา หมี กระทิง นิ่ม ฯลฯ ส่วนลิงลมหรือนางอายนั้นเป็นเป้าของพรานเพราะเชื่อว่า เลือดเป็นยาโด๊ปหรือบำรุงกำลังอย่างดีซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิดและงมงายด้วย
“เวลานี้ขบวนการล่าสัตว์ป่าในป่าอุทยานฯก็ยังมีอยู่ ซึ่งชาวบ้านเข้าไปหาของป่าก็พบเห็นบ่อย ส่วนพฤติกรรมของขบวนการล่าสัตว์เหล่านี้ นอกจากจะนำมากินเองแล้วก็ยังจะแบ่งขายกันในหมู่ผู้ที่นิยมชมชอบกินสัตว์ป่าอีกด้วย และเมื่อได้สัตว์ป่ามาแล้วก็จะมีการกระจายข่าวหรือบอกกล่าวกันต่อเป็นทอดๆไป โดยเฉพาะช่วงใกล้สงกรานต์จะเป็นช่วงที่พรานชอบเข้าป่าล่าสัตว์มากที่สุด สาเหตุเพราะว่างเว้นและมีใบสั่งรวมทั้งเจ้าหน้าที่ไม่ค่อยเข้มงวด”นายสมบัติกล่าว





