เมื่อวันที่ 7 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หมู่ 2 ต.ตะกาง อ.เมือง จ.ตราด และอีก 2 หมู่บ้านได้เกิดพายุลมแรงพัดผ่านเพียงแค่ 30 นาที แต่ทำให้ต้นยางพาราโค่นล้มจำนวนมาก และบางส่วนโค่นล้มปิดเส้นทางเข้าออกหมู่บ้านหลายช่วง ขณะที่ทุเรียนที่กำลังจะเก็บผลผลิตได้ร่วงหล่นจากต้น แม้จะมีการใช้เชือกผูกเพื่อป้องกันลมแล้ว แต่ก็ยังร่วงหล่นอีกจำนวนมาก
ทั้งนี้ นายอภิเดช บุญล้อม นายกเทศบาลตำบลตะกาง และนายพงษ์ศักดิ์ กำนันตำบลตะกาง ได้นำเจ้าหน้าที่และเครื่องมือพร้อมเลื่อยยนต์มาตัดต้นไม้ที่ขวางทางเข้าหมู่บ้าน หมู่ที่ 2 และอ่างเก็บน้ำสระฆ้อ หลังจากมีต้นยางขนาดใหญ่ 2 ต้นล้มขวางถนน และล้มใส่หลังคาบ้านได้รับความเสียหาย
ส่วนที่สวนยางของนายมนี หลายโชค อายุ 63 ปี บ้านเลขที่ 52 ทั้งสองสวนมีต้นยางพารากว่า 120 ต้น มูลค่าเสียหายกว่า 40,000 บาท และสวนทุเรียนของนายจำเริญ โกศล อายุ 48 ปี ที่กำลังเก็บผลผลิตได้ร่วงหล่นจากต้นประมาณ 3-400 กก. (ราคา 95-100 บาท/กก.) หรือเสียหาย 30,000 บาท และสวนยางพาราของเกษตรกร และทุเรียนอีก 3-4 สวนได้รับความเสียหาย รวมทั้งบ้านเรือน 2-3 หลัง
นายมนี บอกว่า อายุ 63 ปีแล้วเพิ่งเกิดพายุลมแรงพัดต้นยางพาราที่ส่วนใหญ่เป็นต้นขนาดใหญ่ 2 สวนเสียหายไปกว่า 120 ต้น และยังมีบางต้นที่เอียงลงมา ซึ่งทางแรงงานตัดยางถึงกับบ่นเพราะทำให้รายได้หายไปมาก ขณะที่อยากจะขอความช่วยเหลือจากส่วนราชการให้ช่วยเหลือเงินชดเชยความเสียหายครั้งนี้ เพราะมีพ่อค้ามาขอซื้อไม้ยางพาราที่โค่นไปราคาต้นละ 300 บาท แม้จะรู้ว่าหากนำไปขายเองจะได้ต้นละ 1 พัน แต่เมื่อไม่มีกำลังก็ต้องจำยอมขาย
ด้านนายจำเริญ กล่าวว่า ทุเรียนเพิ่งเก็บขายไปเมื่อวานเป็นรุ่นแรกขายได้ 95 บาท/กก. แต่เมื่อคืนฝนตกมาก และทุเรียนได้ดูดน้ำเข้าผล ทำให้แต่ละผลมีน้ำหนักเพิ่ม เมื่อเกิดพายุลมแรงเหมือนช่วงบ่ายที่ผ่านมาทำให้ร่วงหล่นลงมาเสียหายกว่า 3-400 กก. โชคดีที่เก็บไปก่อนไม่เช่นนั้นจะเสียหายมากกว่านี้
นายพงษศักดิ์ กล่าวว่า จากการลงตรวจสอบพื้นที่เสียหายจากพายุลมแรงครั้งนี้ ร่วมกับเกษตรตำบลพบว่า ในเบี้ยงต้นมีต้นยางพารากว่า 1 พันโค่นล้ม ทุเรียนที่กำลังเก็บเกี่ยวได้ร่วงหล่นเกิน 1,000 กก. ซึ่งบางสวนที่ติดอ่างเก็บน้ำสระฆ้อเสียหายเกือบทั้งสวน คาดว่า จะเสียหายมากกว่านี้ เมื่อสำรวจทั้งตำบล
ทางด้านนายอภิเดช ได้สรุปความเสียหายล่าสุดที่ได้มีการสำรวจว่า จำนวนสวนยางพาราที่ได้รับความเสียหายมี 1,200 ต้น จำนวน 10 ราย และทุเรียนมี 5 ราย น้ำหนักทุเรียนที่เสียหาย 50 ตัน หรือ 50,000 กก. คิดค่าเสียหายราคากิโลกรัมละ 95 บาท ทำให้ทุเรียนเสียหายเป็นมูลค่าเกือบ 5 ล้านบาท



