ชาวกัมพูชา จำนวนมาก ได้เข้ามาประกอบอาชีพ หลากหลายอาชีพในประเทศไทย มีทั้งถูกต้องตามกฎหมายและหลบหนีเข้าเมือง คาดว่ามีชาวกัมพูชาเข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทยไม่ต่ำกว่า ล้านคน จะสังเกตเห็นว่า ไม่กรรมกรรับจ้าง ลูกจ้างทั่วไป งานบ้าน งานก่อสร้าง จะเป็นชาวกัมพูชาเป็นส่วนใหญ่ ประกอบกับชาวกัมพูชา มีประเพณีวัฒนธรรมที่คล้ายกับคนไทยมาก การปรับตัวจึงสามารถทำได้ง่าย เช่น เทศกาลสำคัญต่างๆ ไม่ว่า เทศกาลสงกรานต์ เทศกาลวันตรุษ วันมาฆบูชา วันเข้าพรรษา ทั้งชาวไทยและกัมพูชาจะมีประเพณีปฏิบัติที่คล้ายกัน
เมื่อถึงเทศกาลสำคัญ เช่น วันสงกรานต์ ซึ่งเป็นวันขึ้นปีใหม่ไทย และกัมพูชา ทุกคนจะเข้าร่วมประเพณี รดน้ำดำหัว ผู้หลักผู้ใหญ่ ทำบุญส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษ และญาติๆ ที่ได้ล่วงลับไปแล้ว ชาวกัมพูชาที่ได้เดินทางเข้ามาประกอบอาชีพในประเทศไทย จะเดินทางกลับเพื่อร่วมประเพณีวันสงกรานต์
เมื่อเวลา 18.10 น. วันที่ 7 เมษายน 2561 ชาวกัมพูชา จำนวนมากได้ทยอยเดินทางกลับประเทศกัมพูชา โดยทางรถไฟจากกรุงเทพฯ และจังหวัดต่างๆ มาลงที่สถานีรถไฟอรัญประเทศ จ.สระแก้ว จากนั้น จะขึ้นรถโดยสารรับจ้าง ไปลงที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองอรัญแประเทศ และเดินทางข้ามแดนกลับภูมิลำเนา ในประเทศกัมพูชา ต่อไป
นางรอย อายุ 42 ปี ชาวกัมพูชา อาศัยอยู่ที่ศรีโสภณ จ.บันเตียเมียนเจย กล่าวว่า ได้เดินทางไปทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ กว่า 2 ปีแล้ว ได้รับจ้างทำงานก่อสร้าง เมื่อถึงเทศกาลสงกรานต์ จะขออนุญาตนายจ้าง กลับบ้านที่ ศรีโสภณ และได้กลับบ้านวันนี้ และจะกลับมาทำงานที่กรุงเทพฯ อีกหลังสงกรานต์ประมาณ วันที่ 17 เมษายน 2561 ที่ประเทศกัมพูชาก็มีประเพณีสงกรานต์เหมือนกัน มีการไหว้บรรพบุรุษ หรือไหว้โฎนตา และพบปะญาติพี่น้อง นำเงินที่ได้จากการทำงานมาฝากพ่อแม่ และเงินส่วนหนึ่งจะเอาไปสร้างบ้าน และซื้อที่ดินด้วย
ส่วน นางใจ อายุ 38 ปี ชาวกัมพูชา อาศัยอยู่ที่ศรีโสภณ จ.บันเตียเมียนเจย กล่าวว่า ไปอยู่กรุงเทพ ฯ ได้ 3 ปีแล้ว ไปทำงานก่อสร้าง งานก่อสร้างส่วนใหญ่เป็นชาวกัมพูชาเกือบทั้งหมด คนไทยจะไม่ทำงานก่อสร้าง มีแต่นายจ้าง คนที่ทำงานเก่งแล้วก็จะได้ ค่าจ้าง 300 บาท คนที่ทำงานยังไม่เก่งก็ได้ 250 บาท ถ้าเป็นช่าง เช่น ช่างปูน ช่างไม้ ช่างเหล็ก ก็ได้ค่าจ้างมากกว่านี้ เมื่อถึงวันสงกรานต์ ก็จะกลับบ้านทุกครั้ง

