เมื่อวันที่ 9 เมษายน มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จัดโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี(อพ.สธ.) สำนักพระราชวัง ร่วมกับส่วนราชการและสถาบันการศึกษาที่ร่วมสนองพระราชดำริ โดยจัดการประชุมวิชาการและนิทรรศการสวนพฤกษศาสตร์ โรงเรียนและฐานทรัพยากรท้องถิ่นระดับภูมิภาค โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติอีกทั้งส่งเสริมและแสดงให้เยาวชน ประชาชน หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ได้ตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากร และกำหนดนโยบายเห็นถึงการดำเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนและความสำคัญในการจัดทำฐานทรัพยากรท้องถิ่น
ดร.สุพจน์ ทรายแก้ว อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ในพระบรมราชูปถัมภ์เปิดเผยว่า สืบเนื่องมาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งโครงการดังกล่าวนี้สมเด็จพระเทพฯ ทรงจัดตั้งขึ้นเพื่อสืบสานงานการเผยแพร่แนวความคิดเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 พระองค์ทรงมองเห็นว่า ประเทศไทยเรามีทรัพยากรเกี่ยวกับพันธุกรรมพืชอย่างมากมายมหาศาล และพันธุกรรมพืชค่อยๆ สูญหายไปจากประเทศไทยเราค่อนข้างมาก ซึ่งจะทำอย่างไรให้พันธุกรรมพืชที่ดีๆ นั้นรื้อฟื้นกลับมาสู่ทรัพยากรประเทศไทยของเราอย่างต่อเนื่อง พระองค์ท่านจึงทำโครงการดังกล่าวขึ้นมาและพยายามให้หน่วยงานต่างๆ เข้าร่วมดำเนินงานเพื่อสนองพระราชดำริ โดยการส่งเสริมกระตุ้นให้ท้องถิ่น ชุมชน และหน่วยงานราชการต่างๆ ดำเนินการ เช่น โครงการปลูกป่า โครงการอนุรักษ์ชายทะเล รวมถึงโครงการนำเอาพันธุ์พืชกลับมาสู่ดินแดนถิ่นกำเนิดยกตัวอย่างเช่น ในอดีตนั้น จ.นนทบุรีเป็นแหล่งทุเรียนพันธุ์ดี แต่ว่าความเจริญได้เข้ามาทำให้ทุเรียนพันธุ์ดีนั้นหายไป จึงได้เอาทุเรียนเมืองนนทบุรีไปปลูกไว้ที่เมืองจันทบุรีเพื่อเป็นการรักษาพันธุกรรมพืชและพอปี 2554 น้ำท่วมใหญ่คราวนั้นทำพันธุ์ทุเรียนเมืองนนทบุรีนั้นตายหมดเมืองนนทบุรีก็ได้ทุเรียนที่ท่านเก็บไว้กลับมาปลูกอันคือตัวอย่างของการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชซึ่งทางมหาวิทยาลัยฯก็ร่วมสนองพระราชดำริโดยการจัดแบ่งพื้นที่ภายในมหาวิทยาลัยฯเป็นพื้นที่สาธิตไร่นาสวนผสม และในสวนที่เราปลูกขึ้นมาก็จะมีพันธุ์ไม้หลายๆ พันธุ์ที่เราจะอนุรักษ์ไว้เช่นกล้วย ทุเรียน ส้ม มะม่วง โดยการเอาต้นพันธุ์หลายๆ ต้น ที่เป็นต้นพันธุ์แท้เอามาปลูกไว้เพื่อนำไปสู่การขยายพันธุ์ เพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนเพราะมหาวิทยาลัยฯเรามีเทคโนโลยี เราสามารถเพาะพันธุ์เนื้อเยื่อได้ ขยายพันธุ์เนื้อเยื่อได้
“นอกจากนั้น มหาวิทยาลัยฯก็ยังดำเนินโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพันธุ์พืชในรูปของการเป็นศูนย์ประสานการพัฒนาของโครงการนั้น คือเราจะเป็นจุดอบรมขยายผลให้กับชุมชนท้องถิ่นต่างๆ เพราะว่าโครงการดังกล่าวนี้จังหวัดต่างๆ ก็ได้เข้าร่วมโครงการและต่อไปทางเทศบาลและอบต.ก็จะเข้าร่วมโครงการโดยจะต้องมาศึกษาเรียนรู้คิดแนวทางในการดำเนินงานซึ่งตรงนี้คือเป็นโครงการเกี่ยวกับอนุรักษ์พันธุกรรมพืชซึ่งถือมหาวิทยาลัยๆนั้นได้พัฒนามาอย่างต่อเนื่องซึ่งในแต่ละปีโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพันธุ์พืชจะมีการจัดประชุมทางวิชาการโดยแบ่งออกเป็น 2 ระดับคือระดับชาติโดยปีที่ผ่านมานั้นจัดโดยมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์จัดขึ้นที่จังหวัดสระบุรีและระดับภูมิภาคก็จะจัดการประชุมทางวิชาการคือสองปีต่อครั้งในปี 2561 มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ก็รับเป็นเจ้าภาพจัดประชุมทางวิชาการของโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพันธุ์พืชในระดับภูมิภาค แต่การประชุมในระดับภูมิภาคนั้นจะเน้น 2 ประเด็นแต่การอนุรักษ์พันธุกรรมพันธุ์นั้นจะมีอยู่ 4 ประเด็นแต่ทางเราจะเน้นอยู่ 2 ประเด็นคือเรื่องสวนพฤษศาสตร์โรงเรียน กับเรื่องฐานทรัพยากรท้องถิ่น เพราะฉะนั้น การประชุมวิชาการจะจัดขึ้นในช่วงตั้งแต่วันที่ 24-26 เมษายน จะเป็นการประชุมวิชาการสวนพฤษศาสตร์โรงเรียนกับเรื่องฐานทรัพยากรท้องถิ่นระดับภูมิภาคครั้งที่ 5 ซึ่งจะมีหน่วยงานต่างๆ เข้ามาร่วมจัดแสดงนิทรรศการและร่วมประชุมวิชาการจากทั่วประเทศ แต่หลักๆ แล้วจะมาจากเขตภูมิศาสตร์ภาคกลางเป็นส่วนมาก” ดร.สุพจน์กล่าว

