ผู้ประกอบการประมงอวนล้อมกันตัง หยุดเดินเรือร่วมประท้วงขึ้นป้าย ‘หยุดทำร้ายชาวประมง’ ตามมติสมาคม ร้องได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก ประมงจังหวัดแจง รมว.เกษตรฯตั้งทีมเปิดรับฟังความเห็น
เมื่อวันที่ 10 เมษายน ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังพื้นที่อำเภอกันตัง จ.ตรัง หลังจากที่ทราบว่ามีผู้ประกอบการประมงอวนล้อมหยุดเดินเรือออกหาปลาประท้วงรัฐบาลให้มีการปรับปรุงเงื่อนไขในการบังคับใช้เรืออวนล้อม พบว่ามีผู้ประกอบการเรืออวนล้อมหยุดออกหาปลา จำนวน 4 ลำ ประกอบด้วย เรือ ธงมานะ 1 เรือ ป.โชคศิริชัย 9 เรือบุญลาภ 21 และเรือ จ.รุ่งเรืองชัยนาวี โดยมีการเขียนข้อความประท้วงบนแผ่นผ้าติดกับตัวเรือด้วยข้อความ “หยุดทำร้ายชาวประมง”
นายสุบิน เกตุรัตน์ อายุ 51 ปี เจ้าของเรือ ธงมานะ 1 กล่าวว่า วันนี้ช่วงเที่ยงๆ ทางแกนนำสมาคม 30 คน จะเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องรอคำตอบว่าจะแก้ปัญหาประมงอวนล้อมอย่างไร ตนเองมีอาชีพทำประมงอวนล้อมมานาน จริงๆ แล้วก็อยากให้มีการแก้ปัญหา อย่างเช่น การทำบัตรเอทีเอ็มให้กับลูกน้อง เป็นเรื่องที่ยุ่งยาก ลำบาก และเดือดร้อน ลูกน้องไปกดเงินมาต้องมีสลิปมาให้นายจ้าง หากลูกน้องไม่เอาสลิปมาให้ นายจ้างก็มีความผิด บางคนออกเรือบัตรเอทีเอ็มหายก็ออกเรือไม่ได้ ถ้านายจ้างจะเก็บบัตรเอทีเอ็มไว้ก็มีความผิด ลูกน้องจะต้องพกบัตรเอทีเอ็มติดตัวตลอดเวลา ไม่มีการสอบถามว่าลูกจ้างต้องการบัตรเอทีเอ็มหรือไม่ ลูกจ้างบางคนอ่านหนังสือไม่ออกกดไม่เป็นโดยนายจ้างต้องไปจัดการให้ เป็นเริ่องที่ยุ่งยากมากๆ แม้ว่าการหยุดเรือในครั้งนี้จะต้องสูญเสียรายได้วันละไม่ต่ำกว่า 1 แสนบาท ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายลูกเรือ ก็ต้องยอมเพราะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามมติของสมาคมอวนล้อมจับแห่งประเทศไทย
ต่อมา นายเกียรติศักดิ์ เกษมพันธ์กุล ประมงจังหวัดตรัง นางพรรณี เดชภักดี ประมงอำเภอกันตัง พร้อมเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปยังแพปลากันตัง ซึ่งเป็นแพปลาอวนล้อมจับของนายสุบิน-นางจรรยา เกตุรัตน์ พบเรือประมง ธงมานะ 1 จอดอยู่ 1 ลำ บริเวณเรือเขียนแผ่นกระดาษโปสเตอร์ประท้วงด้วยข้อความ “หยุดทำร้ายชาวประมง” ภายในเรือมีลูกเรือทำงานประมาณ 30 คน
นายเกียรติศักดิ์กล่าวว่า วันนี้ตนได้เข้ามาดูพื้นที่ของเรือประมงอวนล้อมหลังจากทราบข่าวว่า เจ้าของเรือหยุดทำการประมงตามมติของสมาคมอวนล้อมจับแห่งประเทศไทย จริงแล้วเจ้าของเรือไม่อยากหยุดเนื่องจากมีค่าใช้จ่ายทุกวัน ทว่าเรือประมงอวนล้อมในกันตังมีประมาณ 10 ลำ ที่หยุดมี 3 ลำ ตนและเจ้าหน้าที่ประมงอำเภอลงพื้นที่เยี่ยมเยียนรับฟังข้อคิดเห็น ทราบจากเจ้าของแพว่า วันนี้คณะกรรมการสมาคมอวนล้อมจับแห่งประเทศไทย เข้าพบรัฐบาล

นายเกียรติศักดิ์กล่าวว่า ได้ชี้แจงไปว่านโยบายภายใต้การนำของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดรับฟังความคิดเห็นของทุกภาคส่วน ทั้งประมงพื้นบ้าน ประมงพาณิชย์ และมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา และคณะทำงานในการที่จะดูรายละเอียดข้อปฏิบัติ แน่นอนว่าการจัดระเบียบด้านการประมงส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการ แต่ทำไปเพื่อให้เกิดความสมดุลในทรัพยากรสัตว์น้ำ แน่นอนการปฏิบัติต้องมีรายละเอียดปลีกย่อย ที่ทำให้ผู้ประกอบการอาจปฏิบัติได้ลำบากในการปรับตัว ซึ่งรัฐบาล กระทรวง กรม กองต่างๆ ก็พร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็น ร่วมกันพัฒนาการประมงของประเทศให้เกิดความยั่งยืน โดยเฉพาะจังหวัดตรังผู้ประกอบการประมงพาณิชย์มีอยู่ 200 กว่าลำ ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในการปรับตัวทำตามกติกาของภาครัฐ พยายามที่จะบริหารจัดการเพื่อให้เกิดความยั่งยืนของทรัพยากร ที่ผ่านมามีการบังคับใช้กฎหมายทั้งเรืออวนรุน เรืออวนลากขนาดเล็ก หรือข่ายขวางกั้นลำน้ำ เรือประมงพาณิย์ขนาดใหญ่ จริงๆ แล้วกรมประมงไม่อยากให้ผู้ประกอบการถูกคดี แต่บางครั้งมีการกระทำโดยเจตนาหรือไม่ก็ตาม พบการกระทำผิดอยู่ในช่วงต้นๆ แต่มาช่วงนี้ผ่อนคลายไปในทางที่ดี
“อย่างเช่นเมื่อวันที่ 18 มีนาคม มีการจับเรือประมงพาณิชย์ ขนาด 80 ตันครอส เป็นเรืออวนลากเดี่ยว จำนวน 3 ลำ ส่งดำเนินคดีสถานีตำรวจพื้นที่จังหวัดตรัง 2 ลำ และส่งในเขตจังหวัดกระบี่ 1 ลำ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนเปรียบเทียบปรับไป 1 ลำ ยอมเสียค่าปรับ 1,000,000 บาท ส่วนอีก 1 ลำ ค่าปรับสูงผู้ประกอบการจำเป็นต้องเข้าสู่กระบวนการทางศาล ขอเตือนผู้ประกอบการอย่างที่ทราบว่า ขนาด พ.ร.ก.มีผลบังคับใช้แล้วมีโทษรุนแรง แต่ก็ยังเจอการกระทำผิด จึงขอวิงวอนผู้ประกอบการช่วยปฏิบัติตามกติกาหรือระเบียบ วันนี้ที่มีการขึ้นป้ายเท่าที่ทราบปฏิบัติตามมติสมาคม แสดงสัญลักษณ์ภาครัฐก็เข้าใจ ผมจึงลงมาเพื่อรับฟังความเห็นของผู้ปะกอบการ” นายเกียรติศักดิ์กล่าว

คอมเม้นท์

