ครูณัฐ ครูหนุ่มหัวใจหล่อ วิ่งเข้าเขต จ.ราชบุรีแล้ว เจ้าตัวสุดปลื้มน้ำใจคนไทย เผยยอดบริจาคล่าสุดกว่า 3 ล้านบาท ด้านตระกูลบุญยงค์ หนุนร่วมบริจาคเครื่องมือแพทย์
วันนี้ 10 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความคืบหน้ากรณีนายณัฐวัฒน์ โรจน์สุธี หรือครูณัฐ อายุ 35 ปี ครูสอนวิชาศิลปะ โรงเรียนโยธินบูรณะ กรุงเทพฯ ได้วิ่งจาก รพ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ตั้งแต่เช้าวันที่ 3 เมษายนที่ผ่านมา ตามโครงการล้านเก้า จุดประสงค์เพื่อหารายได้สมทบทุนซื้อเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ มอบให้กับโรงพยาบาลทองผาภูมิ ที่มีความจำเป็น เช่น ชุดอุปกรณ์ช่วยชีวิตทารกแรกคลอด, เครื่องบันทึกการบีบตัวของมดลูก, เครื่องติดตามสัญญาณชีพและวัดระดับออกซิเจน, เครื่องวัดความดันโลหิต และเครื่องมืออื่นๆ รวมมูลค่าประมาณ 1,104,000 บาท และเพื่อเป็นการรณรงค์ต่อต้านการล่าเสือดำ และสัตว์ป่าทุกชนิด
ซึ่งครูณัฐเคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า เราไม่ใช่คนเด่นคนดัง และต้นทุนทางสังคมก็ต่ำ จึงไม่ได้คาดหวังว่าจะได้เงินจำนวนดังกล่าว แต่ขอเพียงแค่ได้เงินมาสักครึ่งแสนก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว และเผยถึงความตั้งใจครั้งแรกว่าจะวิ่งเพื่อต่อต้านการล่าสัตว์ป่า โดยเฉพาะเสือดำที่ถูกฆ่าตามที่เป็นข่าว แต่ได้เกิดจากแรงบันดาลใจเมื่อครั้งทำค่ายให้กับเด็กที่อาศัยอยู่ในถิ่นทุรกันดาร กลางป่าและหุบเขา ในพื้นที่อำเภอสังขละบุรีและอำเภอทองผาภูมิ ภายหลังจากทราบถึงความยากลำบากในการเดินทางไปรักษาที่โรงพยาบาลในตัวเมืองของชาวบ้านเวลาเจ็บป่วย ซึ่งเสี่ยงต่อการเสียชีวิตสูงมาก จึงตัดสินใจร่วมกับกลุ่มเพื่อน เปิดเพจ “โครงการล้านเก้า” ขึ้นมาเพื่อให้ชาวจังหวัดกาญจนบุรี และคนไทยทั้งประเทศเข้ามามีส่วนร่วมด้วยการบริจาคเงินคนละเล็กคนละน้อย เข้าบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาทองผาภูมิ เลขที่บัญชี 718-0-33633-5 ชื่อบัญชี น.ส.พรนิยม สาลิกา “เพื่อโรงพยาบาลทองผาภูมิ และทวงชีวิตเสือดำ” ซึ่งนางสาวนวลจันทร์ เวชสุวรรณมณี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลทองผาภูมิ ออกหนังสือรับรองให้กับทางธนาคาร เพื่อเป็นการการันตีให้ว่า การเปิดบัญชีระดมทุน ไม่ใช่การกระทำของกลุ่มมิจฉาชีพ แต่เป็นการดำเนินการเพื่อระดมทุนซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลทองผาภูมิที่แท้จริง
ผลจากการวิ่งเข้าสู่วันที่ 10 และมีเป้าหมายวิ่งไปถึงเส้นชัยคือที่โรงเรียนโยธินบูรณะ กรุงเทพฯ ระยะทางกว่า 300 กิโลเมตร รวม 14 วัน ขณะนี้มียอดเงินเข้ามาในบัญชีแล้วเป็นเงินจำนวนทั้งสิ้นกว่า 3 ล้านบาทแล้ว จากที่เคยตั้งเป้าเอาไว้เพียง 50,000 บาทเท่านั้น จึงสร้างความภูมิใจและปลื้มใจให้กับครูณัฐ พร้อมทีมงานเป็นอย่างมาก ส่วนผู้ที่มีส่วนสำคัญที่ขาดไม่ได้คือ เจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยกาญจนบุรี นำโดยนายขวัญชัย ถิระศิลป์ คณะกรรมการบริหารมูลนิธิกู้ภัยกาญจนบุรี และทีมงานที่คอยอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยให้กับครูณัฐตลอดเส้นทาง นอกจากนี้ ยังคอยประกาศให้ประชาชนที่อยู่สองฟากฝั่งถนนและชุมชนต่างๆ ที่วิ่งผ่าน ร่วมกันบริจาคเงินสดให้กับครูณัฐอีกด้วย โดยเงินทุกบาททุกสตางค์ที่ได้มา จะเปลี่ยนเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ทั้งหมด แต่เชื่อว่าเมื่อครูณัฐวิ่งถึงเส้นชัย จะมียอดเงินเพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวนมากอย่างแน่นอน
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา นายณัฐวัฒน์ หรือครูณัฐ พร้อมทีมงานทั้งหมดได้อาศัยนอนหลับพักผ่อนอยู่ที่เทศบาลตำบลท่ามะกา อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี และได้เริ่มออกวิ่งตั้งแต่เวลา 05.00 น. (วันนี้ 10 เม.ย.61) ที่ผ่านมา และตลอดเส้นทางมีประชาชนที่พบกับกลุ่มครูณัฐ ได้มาร่วมกันบริจาคเงินอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง ณ ปัจจุบันเวลานี้ ครูณัฐได้วิ่งไปถึงเทศบาลเมืองท่าผา อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี เป็นระยะทางประมาณ 9 กิโลเมตร แต่ครูณัฐต้องได้รับการรักษาเนื่องจากได้รับบาดเจ็บที่บริเวณน่อง
ซึ่งครูณัฐให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า สาเหตุที่ได้รับบาดเจ็บเนื่องจากขณะทำการวิ่งอยู่นั้น มีประชาชนมาร่วมบริจาคกันอย่างต่อเนื่อง จึงต้องหยุดวิ่งเป็นระยะๆ โดยเฉพาะบริเวณเอ็นร้อยหวายจะตึงมาก แต่ก็ไม่ใช่อุปสรรคต่อการวิ่ง เพราะได้รับการปฐมพยาบาลจากทีมงานมูลนิธิกู้ภัยกาญจนบุรีเป็นอย่างดี และคาดว่าภายในวันนี้จะวิ่งเข้าเขตจังหวัดนครปฐม และมีเป้าหมายว่าจะไปอาศัยนอนพักที่เทศบาลตำบลโพรงมะเดื่อ อ.เมือง จ.นครปฐม
“สำหรับเงินที่ได้รับการบริจาคจากประชาชนชาวกาญจนบุรี และจังหวัดใกล้เคียง รวมทั้งที่ได้รับการโอนเข้าบัญชีธนาคารจากคนไทยทั่วทั้งประเทศ จะนำไปซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ทุกบาท ตามที่ได้ตั้งใจเอาไว้ และนอกจากมอบให้กับโรงพยาบาลทองผาภูมิแล้ว จะนำไปมอบให้กับโรงพยาบาลสังขละบุรีด้วย ล่าสุดทราบว่ามีผู้ใหญ่ใจดีที่อยู่อำเภอทองผาภูมิ จะบริจาคอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลทองผาภูมิ โดยร่วมกับโครงการล้านเก้าด้วย ซึ่งตนและทีมงานก็รู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก และเชื่อว่าหากคนในพื้นที่เสียสละเพื่อส่วนรวม จะทำให้ชุมชนนั้นๆ มีความเข้มแข็งอย่างแน่นอน” ครูณัฐกล่าว
ด้าน นายประเทศ บุญยงค์ นายกเทศบาลตำบลทองผาภูมิ เปิดเผยว่า ช่วงที่ ตูน บอดี้สแลม วิ่งจากภาคใต้สุดไปจนถึงภาคเหนือสุดของประเทศ เพื่อระดมทุนมอบให้กับโรงพยาบาล ในการนำไปซื้ออุปกรณ์การแพทย์นั้น ทางเทศบาลตำบลทองผาภูมิก็ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมวิ่งรับบริจาคในส่วนที่พี่ตูนวิ่งไปไม่ถึง และหลังจากที่ตนทราบว่าครูณัฐ พร้อมทีมงาน ได้มาวิ่งจากโรงพยาบาลทองผาภูมิไป กทม.เพื่อระดมทุนซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลทองผาภูมิ และอำเภอสังขละบุรี ที่ยังขาดแคลนอุปกรณ์การแพทย์ที่จำเป็นอยู่อีกมาก ดังนั้น ตนในฐานะประชาชนชาวอำเภอทองผาภูมิ จะร่วมกับครอบครัวของตระกูล บุญยงค์ ซื้อเครื่องชั่งน้ำหนักและวัดส่วนสูง รวมทั้งใช้สำหรับคำนวณค่า BOI ของผู้ป่าย ในราคาอยู่ที่ประมาณ 20,000 บาท มอบให้กับโรงพยาบาลทองผาภูมิ โดยจะร่วมกับโครงการล้านเก้าของครูณัฐ
สำหรับกิจกรรมครั้งนี้ ตนต้องขอขอบคุณครูณัฐและทีมงานเป็นอย่างมาก ที่เล็งเห็นความสำคัญของประชาชนที่อาศัยอยู่ในถิ่นทุรกันดาร ตามป่าและหุบเขา หากล้มป่วยกว่าจะเดินทางมาถึงโรงพยาบาลทองผาภูมิ ก็ใช้เวลานาน และเมื่อมาถึงโรงพยาบาลทองผาภูมิ ปรากฏว่าอุปกรณ์ในการรักษานั้นไม่มีหรือไม่เพียงพอ จึงต้องส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา โรงพยาบาลประจำจังหวัดกาญจนบุรี ที่อยู่ในตัวเมืองเป็นระยะทางไกลกว่า 100 กิโลเมตร ซึ่งเสี่ยงต่อการเสียชีวิตสูงมาก
“สิ่งที่ครูณัฐทำอยู่ในขณะนี้ ถือว่าเป็นผู้เสียสละโดยแท้จริง ทั้งๆ ที่ครูณัฐ เอง ไม่ใช่ชาวอำเภอทองผาภูมิ ก็ขอให้ครูณัฐประสบผลสำเร็จตามที่ได้ตั้งใจเอาไว้ และทราบมาว่า ครูณัฐจะจัดกิจกรรมวิ่งจากตัวเมืองกาญจนบุรี มุ่งหน้าสู่อำเภอสังขละบุรีอีกครั้งหนึ่งในราวประมาณเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งตนในฐานะประชาชนชาวอำเภอทองผาภูมิ จะร่วมกิจกรรมกับครูณัฐอย่างแน่นอน” นายประเทศกล่าว


