ตลอดทั้งคืนในวันที่ 6 ย่างเข้าวันที่ 7 เมษายน ในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา มีฝนตกต่อเนื่องบนถนนทางหลวงหมายเลข 9 โดยถนนที่ยังคงมีร่องรอยน้ำฝนที่ตกลงมาอยู่ ในช่องการจราจรที่มุ่งหน้าไป จ.สระบุรี หลักกิโลเมตรที่ 79 ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา บริเวณเชิงสะพานก่อนข้ามทางรถไฟ รถยนต์บรรทุกและรถยนต์ที่วิ่งข้ามสะพาน ต้องผงะพบเห็นซากรถยนต์อเนกประสงค์ BMW รุ่น X1 สีขาว ทะเบียน 5กบ 5248 กรุงเทพมหานคร ชนต้นก้ามปู ได้รับความเสียหายอย่างหนัก ในเวลาไม่นานเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่มูลนิธิ เข้าตรวจสอบในที่เกิดเหตุก็พบร่างที่ไร้วิญญาณของ น.ส.ณัฐนิชา เชิดชูบุพการี อายุ 21 ปี และทราบภายหลังเป็นดารานักแสดงชื่อดัง หลังมีการนำเสนอข่าวแพร่ออกไป สร้างความสนใจต่อสังคมเพื่อค้นหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้
จากการสอบถาม พ.ต.อ.สง่า ธีรศรัณยานนท์ รอง ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา ให้ข้อมูลว่า มีความชัดเจนว่าไม่มีรถยนต์คู่กรณี ผู้เสียชีวิตขับมาเพียงลำพัง บนถนนไม่มีร่องรอยการเบรกและจากจุดที่รถตกถนนได้ไถลไปไกลกว่า 60 เมตร จึงไปชนต้นก้ามปูใหญ่อย่างรุนแรง
จากสภาพของรถที่เสียหายอย่างมาก แสดงว่ารถยนต์ต้องวิ่งมาด้วยความเร็ว เหตุการณ์นี้ยังไม่มีพยานบุคคลหรือภาพวิดีโอจากในรถและจากคนทั่วไป อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นอาจจะมาจาก 1.สภาพถนนลื่นเพราะฝนตก 2.หลับในหรือไม่ 3.ใช้มือถือระหว่างขับรถหรือไม่ 4.เมา และ 5.ปัจจัยอื่นๆ เช่น ตกใจ มีรถยนต์คันอื่นมาตัดหน้า
ผู้สื่อข่าวมติชน ได้ลงตรวจสอบสภาพถนนบริเวณดังกล่าว พบว่าช่วงคอสะพานข้ามคลองลำรางขนาดเล็กจะเป็นจุดที่มีถนนสาย 347 เบี่ยงตัดเข้ามา ช่วงเลนซ้ายสุดตัวพื้นถนนเป็นคลื่น อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้รถยนต์ที่วิ่งมาด้วยความเร็วสูงเสียหลักได้
ถนนกาญจนาภิเษก เดิมกรมทางหลวงได้กำหนดเส้นทางสายนี้ให้เป็นทางหลวงหมายเลข 37 ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนหมายเลขทางหลวงของถนนสายนี้ให้เป็นทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 ตามแผนพัฒนาระบบทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองในปี 2539 หลังจากนั้นมีการสร้างถนนวงแหวนรอบนอกด้านตะวันออกและด้านใต้เป็นตอนๆ จนเชื่อมเป็นวงแหวนเดียวกัน ทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 เป็นเส้นทางเชื่อมต่อจากภาคใต้สู่เหนืออีสาน โครงข่ายของถนนทางหลวงหมายเลข 9 หรือถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ล้อมรอบกรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา และสมุทรปราการ มีระยะทางทั้งสิ้น 168 กิโลเมตร ทำให้รถที่จะขึ้นเหนือ อีสาน ใต้ ไม่ต้องขับเข้าไปสร้างปัญหาจราจรในเขตกรุงเทพมหานคร รถบรรทุกสินค้าจึงใช้ทางสายนี้ แทนการขับรถเข้าเมืองให้เกิดปัญหาจราจร ลักษณะถนนเป็นถนนกว้างใหญ่ไปกลับฝั่งละ 2 ช่องจราจร มีจุดกลับรถใต้สะพานข้ามคลองหลายจุด รับรถจากภาคใต้สู่บางปะอิน เข้าสู่ถนนสายเอเชียมุ่งหน้าสู่ภาคเหนือ และถนนพหลโยธินเข้าสู่ภาคอีสาน
จากสถิติข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุ ตั้งเเต่ต้นเดือนมกราคมมาจนถึงปัจจุบัน การเกิดอุบัติเหตุบนถนนทางหลวงหมายเลข 9 ในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา รวมถึงรายของน้องอิน เป็นรายที่ 4 แล้วที่เสียชีวิต หากเฉลี่ยต่อปีการเกิดอุบัติเหตุในจุดนี้จะอยู่ที่ประมาณ 20-30 ครั้งต่อปี มีทั้งรับเเจ้งเเละไม่ได้รับเเจ้ง ส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะของการชนท้ายกันและเสียหลักตกถนน
นายสุจินต์ มั่งนิมิตร ผู้อำนวยการสำนักอำนวยความปลอดภัย กรมทางหลวง เปิดเผยว่า ได้เดินทางมาพร้อมกับผู้อำนวยการแขวงการทางปทุมธานี เพื่อตรวจสอบพื้นถนนตรงจุดเกิดเหตุว่ามีชำรุดหรือไม่ จากการตรวจสอบเบื้องต้น ไม่พบว่าถนนชำรุด แต่พบเพียงถนนทางเลนซ้ายสุดก่อนที่จะลงสะพานข้ามคลองวังแดง ก่อนจะถึงจุดเกิดเหตุสะพานข้ามทางรถไฟประมาณ 200 เมตร มีรอยทรุดเป็นคลื่นถนนเพียงเล็กน้อย จึงได้ร่วมหารือพูดคุยเพื่อหาแนวทางการป้องกัน โดยให้ทางเจ้าหน้าที่กรมทาง แขวงการทางปทุมธานี ทำการซ่อมไฟส่องสว่าง ติดแผ่นสะท้อนแสงที่แบริเออร์ ติดเสาล้มลุกที่บริเวณคอสะพานที่มีทางเบี่ยงจากถนนสาย 347 เข้ามา นอกจากนี้ที่คอสะพานข้ามทางรถไฟ เพิ่มความยาวของการ์ดเรลอีก 8 เมตร พร้อมติดป้าย ไฟกะพริบ จำกัดความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อเตือนและจำกัดความเร็วของผู้ขับขี่
ขณะที่ นายรุ่ง บัวใหญ่รักษา ผู้อำนวยการ แขวงทางหลวงปทุมธานี ระบุว่า ช่วงคอสะพานบนถนนทางหลวงหมายเลข 9 ทุกสะพานจะมีสภาพคอสะพานทรุดตัว อันเนื่องมาจากมีรถยนต์ใช้เส้นทางเพิ่มมากขึ้น และมีรถยนต์บรรทุกจำนวนมากใช้เส้นทางเมื่อจะขึ้นสะพานต้องใช้กำลังมากและเคลื่อนตัวช้าทำให้มีการทรุดตัว ประกอบกับช่องจราจรมีเพียง 2 ช่องจราจรจึงเกิดปัญหาการชนท้าย แนวทางการแก้ไขกรมทางหลวงมีการสำรวจเส้นทางแล้วเตรียมที่จะมีการขยายเส้นทางเพื่อรองรับการจราจร งบประมาณ 6 พันล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างการสำรวจโดยในระยะแรกของโครงการจะทำการเพิ่มทางคู่ขนาน ทั้งสองฝั่งการจราจร พร้อมทั้งสร้างจุดกลับรถใต้สะพาน ช่วงข้ามแม่น้ำ ข้ามทางรถไฟ สำหรับช่วงคอสะพานเป็นจุดที่อันตรายหากผู้ขับขับรถด้วยความเร็วเกิน 80 กิโลเมตร จะไม่สามารถควบคุมรถได้จึงได้ทำการติดตั้งป้ายเตือนเรื่องของความเร็ว
แม้สถิติและข้อมูลอุบัติเหตุ รวมถึงสภาพถนนทางหลวงหมายเลข 9 จากปากคำของผู้อำนวยการแขวงทางหลวงปทุมธานี อาจเป็นปัจจัยหนึ่งของสาเหตุในครั้งนี้ แต่ในฐานะผู้ใช้รถใช้ถนนก็ต้องมีความระมัดระวัง ขับรถตามกฎจราจร ใช้ความเร็วตามกฎหมายกำหนด เพื่อลดความสูญเสียที่เกิดขึ้น

