เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 11 เมษายน คณะเจ้าหน้าที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) นำโดย พ.ต.อ.สุชิน อร่ามรณชิต ผกก.สอบสวน บก.ปปป.หัวหน้าชุดตรวจค้นฯ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 กองบังคับการปราบปราม นำหมายศาลคดีอาญาทุจริตประพฤติมิชอบกลาง กทม. เข้าตรวจค้นบ้านพักนายเสกสรร นิยมเพ็ง นายกเทศมนตรีเมืองเพชรบูรณ์ ถนนประชาสิทธิ เขตเทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ กรณีคดีทุจริตการจัดซื้อจัดจ้างรถสิบล้อดูดสิ่งโสโครกและฉีดล้างคลองระบายน้ำ(รถดูดโคลน) จำนวน 1 คัน ในปีงบประมาณ 2557 ซึ่งทางผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์มอบอำนาจให้ทางท้องถิ่นจังหวัดเข้าแจ้งความกล่าวโทษต่อบก.ปปป.ก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ในการตรวจค้นดังกล่าวยังมีทหารจาก กอ.รมน.จ.เพชรบูรณ์ร่วมสังเกตการณ์ด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการตรวจค้นทางคณะเจ้าหน้าที่ บก.ปปป.ได้พบกับนายเสกสรร นิยมเพ็ง นายกเทศมนตรีเมืองเพชรบูรณ์ และภายหลังทางเจ้าหน้าที่แสดงหมายค้นศาลฯแล้ว นายเสกสรรจึงนำคณะเจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจค้นเพื่อแสวงหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมบนห้องพักอาคารตึกตั้งแต่ชั้น 2-4 โดยการตรวจค้นใช้ระยะเวลาราว 1 ชั่วโมงครึ่งจึงเสร็จสิ้น โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดเอกสารบางส่วนที่คาดว่าน่าจะเชื่อมโยงกับการจัดซื้อจัดจ้างดังกล่าว
พ.ต.อ.สุชิน อร่ามรณชิต กล่าวว่า ในการเดินทางมาครั้งนี้เพื่อแสวงหาหลักฐานเพิ่มเติม ภายหลังทางผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ได้มอบอำนาจให้ผู้เกี่ยวข้องไปร้องทุกข์กล่าวโทษ ทั้งนี้เพื่อต้องการหลักฐานเพิ่มเติม ซึ่งในการจัดซื้อรถดูดโคลนมีการจัดซื้อด้วยระบบอีเล็คโทรนิคส์หรือระบบอีออกชั่น มีกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นหลักวิทยาศาสตร์ การแสวงหาหลักฐานจึงดำเนินการแสวงหาหลักฐานทางด้านวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นการประมูลผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต โดยเชื่อว่าการทุจริตหรือการก่ออาชญากรรมทั้งหมดจะต้องทิ้งร่องรอยให้สืบหา ซึ่งเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนจะต้องรวบรวมพยานหลักฐานในการดำเนินคดีทางกฎหมาย
“การตรวจค้นในวันนี้ได้พยานหลักฐานบ้างพอสมควร เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาและตรวจสอบอีกครั้ง และจะดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป” พ.ต.อ.สุชินกล่าวและย้ำว่า เป้าหมายที่มาค้นในวันนี้ก็คือผู้ถูกกล่าวหา แต่เนื่องจากการสืบสวนและพบการกระทำผิดในครั้งนี้ผู้ถูกกล่าวหาเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ การรวบรวมพยานหลักฐานจึงต้องส่ง ปปช.ภายในกรอบเวลาและกฎหมายภายใน 30 วัน
สำหรับการจัดซื้อรถดูดโคลนของเทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ ดำเนินการในปีงบประมาณ 2557 โดยมีบริษัทราชาอีควิปเมนท์เป็นคู่สัญญา จัดซื้อในวงเงินประมาณ 18 ล้านบาท โดยใช้การประมูลด้วยระบบอีเล็คทรอนิกส์ (อีออกชั่น) โดยมีการตั้งราคากลางที่ 18.5 ล้านบาท

