หน้าแรก ภูมิภาค เครือข่ายขอคื...

เครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพเตรียมเคลื่อน3กิจกรรมใหญ่หลังสงกรานต์

12.04.18 | 15:52 น.

น.ส.ลักขณา ศรีหงส์ ตัวแทนเขียว สวย หอม 1 ใน 16 เครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ กล่าวถึงกรณีบ้านพักตุลาการว่า ถือเป็นโอกาสแห่งการถกเถียงของบุคคลจากทุกภาคส่วน ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีเพราะสร้างความรู้ในสังคม เกิดการตั้งคำถามต่อสถาบันหลักของประเทศอย่างเปิดเผย และเป็นโอกาสให้ประชาชนได้ท้วงติงสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไม่ถูกต้อง ซึ่งถึงเวลาที่กฎหมายต้องมีการเปลี่ยนแปลง รวมทั้งระบบบางอย่างที่เอื้อให้คนทำความดี แม้จะไม่ง่ายแต่สถานการณ์อาจทำให้ประชาชนเกิดความจริงจัง และหากไม่แก้ไขปัญหาลักษณะนี้จะหมักหมม เรียกว่าทำให้ประชาชนเกิดความตื่นตัว นำไปสู่การทำให้ดีขึ้น เพราะการตั้งคำถามของประชาชนต่อรัฐ ไม่ได้หมายความว่าประชาชนเป็นศัตรู ไม่อยากให้มองอย่างนั้นเวลาที่ประชาชนแย้ง แต่เรากำลังช่วยกันมอง และรัฐควรดีใจที่ประชาชนใส่ใจเรื่องส่วนรวมของประเทศ

น.ส.ลักขณา กล่าวว่า ครั้งนี้น่าจะเป็นโอกาสที่จะได้มามองร่วมกันว่าจะฟื้นฟูป่าอย่างไร ใช้พื้นที่ป่าให้ตรงกับวัตถุประสงค์ที่เกิดประโยชน์ ไม่ใช่การหาโอกาสเฉพาะหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง ปัญหาผืนป่าดอยสุเทพจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาดอยอื่นๆ ในประเทศไทย จะได้เรียนรู้ร่วมกันว่าพื้นที่ป่าสมบูรณ์เป็นอย่างไร เขตป่าถูกตีความใหม่ว่าบางพื้นที่ไม่ใช่ป่าเสื่อมโทรมแต่มีการฟื้นตัวเป็นป่าสมบูรณ์แล้ว ซึ่งจะทำอะไรกับป่าลักษณะนี้อย่างไรไม่ได้อีกต่อไป

“กรณีบ้านพักตุลาการได้มองเห็นปรากฎการณ์ใหม่นั่นคือ เราได้รับรู้ว่ามีคนไทยโกรธเรื่องนี้มาก เพราะป่าถูกทำลาย เกิดการตั้งคำถาม เกิดความรู้ในสังคมที่ดีขึ้น ว่าป่าลักษณะนี้มีต้นไม้ มีสัตว์ป่าอะไรบ้างที่เราต้องช่วยกันรักษา เป็นมูลค่าความรู้ที่มหาศาลมากกว่าราคาอาคารและบ้านพักที่ก่อสร้าง ในแง่ของคนที่ดูแลเขียว สวย หอม ที่เราพยายามฟูมฟักผืนป่าของเมืองเรารู้สึกเสียดายคุณค่าทางนิเวศที่ถูกทำลาย แต่เราช่วยกันฟื้นฟูได้ หากร่วมกันแก้ไขปัญหาด้วยกัน เราอยากเสนอทางออกต่อภาครัฐว่าอย่ามองเราเป็นศัตรู แต่เรามาร่วมกันดูว่าจะรื้อถอนและฟื้นฟูป่าอย่างไร เราสามารถดึงต้นทุนจากพื้นที่เข้ามาช่วยได้ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่มีหน่วยวิจัยและฟื้นฟูป่า คณะวิทยาศาสตร์ ที่เรียกว่า Forru เขามีอาสาสมัคร มีการศึกษาวิจัยโครงสร้างป่าได้ว่าต้องทำอย่างไร แต่ประเด็นสำคัญแรกคือ เราต้องได้ป่าผืนนี้คืนมาก่อน”น.ส.ลักขณากล่าว

น.ส.ลักขณา กล่าวอีกว่า ขณะนี้มีคณะทำงานร่วมเกิดขึ้นแล้ว เกิดแง่มุมใหม่ระหว่างกัน เป็นนิมิตหมายที่ดีของการเริ่มต้นระหว่างรัฐกับประชาชน แม้รัฐอาจจะมีข้อจำกัดหลายอย่าง แต่ในส่วนของภาคประชาชนจะยังคงเดินหน้าต่อไป โดยในวันที่ 13 เมษายนเป็นต้นไป เครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพจะเริ่มรณรงค์แจกริบบิ้นและสติกเกอร์สีเขียวให้กับผู้ที่อยากเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในเชิงสัญลักษณ์ ณ เฮือนคำปิน คูเมืองด้านในใกล้แจ่งขะต้ำ หรืออยากบริจาคผ้าและริบบิ้นสีเขียวก็สามารถนำมาให้เราได้ เพื่อเดินหน้าเป็นเครือข่ายที่บริสุทธิ์ต่อไป

“หลังจบเทศกาลสงกรานต์จะมี 3 กิจกรรมใหญ่ที่สร้างสรรค์ และพร้อมเดินหน้าต่อคือ เขียว สวย หอม จะจัดทริปเขียวชมป่าแหว่ง พาผู้สนใจและเยาวชนร่วมกิจกรรมเดินป่าแบบเทรลโดยรอบบริเวณพื้นที่ก่อสร้าง เพื่อให้ได้เห็นทรัพยากรธรรมชาติป่าต้นน้ำที่ยังอุดมสมบูรณ์ ชมรมอนุรักษ์นกล้านนา จะจัดการดูนกในพื้นที่เพื่อการเรียนรู้ชีวิตสัตว์ป่าและนกธรรมชาติ บริเวณเส้นทางท่องเที่ยวของหมู่บ้านห้วยตึงเฒ่าที่อยู่ใกล้เคียง เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกรักษาป่าใกล้เมืองเอาไว้ในลูกหลาน สุดท้ายคือ กิจกรรมการแสดงงานศิลปะจากศิลปินมืออาชีพและเยาวชนที่มาจากแรงบันดาลใจต่อสถานการณ์ขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ ณ อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ คาดว่าราวปลายเดือนเมษายนก็จะเริ่มกิจกรรม”น.ส.ลักขณากล่าว

Advertisement