เมื่อวันที่ 12 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงาน พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เชิญพนักงานสอบสวน สภ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ และตัวแทนกรมป่าไม้ รวมทั้งตัวแทน ศปป.4 กอ.รมน. เข้าประชุมหารือถึงแนวทางการปฏิบัติในคดีตึก 3 หลังที่อัยการหล่มสักมีคำสั่งเด็ดขาดสั่งไม่ฟ้อง ณ ห้องประชุม สน.รอง ผบ.ตร.(มค) เมื่อวันที่ 4 เมษายนที่ผ่านมา โดยฝ่ายพนักงานสอบสวน สภ.เขาค้อ ประกอบด้วย พ.ต.อ.อารักษ์ อ่อนแย้ม รอง ผบก.ภ.จ.เพชรบูรณ์, พ.ต.อ.หทัยรัตน์ จารุชัยนิวัฒน์ ผกก.สภ.เขาค้อ, พ.ต.ท.วัชรินทร์ อินทรประพันธ์ รองผกก. สภ.เขาค้อ ได้นำสำนวนคดีเข้าชี้แจง ซึ่งสรุปว่าทางตำรวจมีความเห็นสั่งฟ้องคดีดังกล่าว โดยผู้ต้องหาร้องขอความเป็นธรรมจึงส่งสำนวนไปยังอธิบดีอัยการภาค 6 มีคำสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหา จึงเสนอสำนวนไปที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์โดยมีความเห็นไม่แย้ง กระทั่งส่งสำนวนคืนให้อัยการจนมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องผู้ต้องหาไปยัง สภ.เขาค้อ
สำหรับเหตุผลในการสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหานั้น กองทัพภาคที่ 3 จัดสรรที่ดินที่เกิดเหตุให้แก่ รอส.ใช้ประโยชน์ที่ดิน โดยไม่มีเจตนาบุกรุก ก่อสร้าง แผ้วถาง ยึดถือครอบครองป่า เมื่อรอส.ลงทุนร่วมกับผู้ต้องหาสร้างอาคารบานพัก โดย รอส.ยังเป็นผู้ครอบครองที่ดินดังกล่าว จึงเป็นการอาศัยสิทธิ์ของรอส. การกระทำของผู้ต้องหาจึงไม่เป็นความผิดเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ในประชุมเห็นว่า พื้นที่เกิดเหตุกรมป่าไม้ได้มอบให้กองทัพภาคที่ 3 ใช้ประโยชน์ หากรอส.ทำผิดเงื่อนไข อำนาจในการเพิกถอนสิทธิ์เป็นของกองทัพภาคที่ 3 ว่าด้วยหลักเกณฑ์และเงื่อนไขเกี่ยวกับการจัดการที่ดินตามโครงการพัฒนาลุ่มน้ำเข็ก พ.ศ. 2521
อย่างไรก็ตาม ในที่ประชุมมีการสรุปแนวทางดำเนินคดีตึกอาคาร 3 หลังบนเขาค้อ เนื่องจากมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องของพนักงานอัยการแล้ว ดังนั้นแนวทางในการดำเนินคดีใหม่ทางกองทัพภาคที่ 3 (ทภ.3) จะดำเนินการเพิกถอนสิทธิ์ของรอส.และทำหนังสือแจ้งให้ส่งมอบที่ดินที่ดินคิดภายใน 90 วัน หากปรากฏยังมีการกระทำผิดต่อไป ทางผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดตามกำหมายต่อไป
ส่วนคดีอื่นให้ทางกองทัพภาคที่ 3 ดำเนินการเพิกถอนสิทธิของรอส.ที่ทำผิดเงื่อนไข ตามข้อบังคับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน เขต 3 (กอ.รมน.เขต 3) ว่าด้วยหลักเกณฑ์และเงื่อนไขเกี่ยวกับการจัดการที่ดินตามโครงการพัฒนาลุ่มน้ำเข็ก พ.ศ.2521 และแผนแม่บทแก้ไขปัญหาการทำลายทรัพยากรป่าไม่ การบุกรุกที่ดินของรัฐและการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน พ.ศ.25574 และพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายเช่นเดียวกัน
อนึ่ง สำหรับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขเกี่ยวกับการจัดการที่ดินตามโครงการพัฒนาลุ่มน้ำเข็ก พ.ศ.2521 ซึ่งระบุในหลังหนังสือหนังสือรับรองการเข้าอยู่อาศัยและทำกินในที่ดินชั่วคราวฯ กำหนดไว้อย่างชัดเจนจำนวน 9 ข้อ ได้แก่ 1.ห้ามมิให้แบ่งแยกหรือโอนที่ดินให้แก่บุคคลอื่นเว้นแต่ตกทอดเป็นมรดก, 2.ห้ามมิให้ผู้อื่นเช่าช่วงหรือแบ่งเช่าหรือนำไปเป็นหลักประกันเงินกู้ จนก่อให้เกิดเป็นภาระผูกพันประการใด, 3.ห้ามบุกรุกแผ้วถางป่านอกเหนือจากพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตเพื่อขยายพื้นที่ทำกินโดยเด็ดขาด, 4.ห้ามใช้ที่ดินหรืออนุญาตให้ผู้อื่นใช้ที่ดินผิดวัตถุประสงค์หรือผิดต่อกฎหมายอื่น หรือเป็นภัยต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน
5.ห้ามผู้ครอบครองที่ดินและบริวารกระทำผิดกฎหมายอื่น โดยอาศัยสิทธิ์การครอบครองที่ดินนี้ หากฝ่าฝืนจนเป็นเหตุให้ได้รับโทษแล้ว ให้ถือว่าการกระทำผิดเงื่อนไขนี้, 6.ต้องยอมให้เจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง เข้าไปตรวจสอบสภาพพื้นที่และการปฏิบัติตามเงื่อนไข, 7.ที่ดินที่อนุญาตให้เข้าทำกินแปลงนี้ไม่อยู่ในข่ายบังคับคดี, 8.หากผู้ถือหนังสือนี้ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจเพิกถอนหนังสือรับรองนี้ได้, 9.เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดเพิกถอนหนังสือรับรองนี้และแจ้งให้ทราบแล้ว ผู้ถือหนังสือนี้พร้อมบริวารต้องออกจากพื้นที่ภายใน 30 วัน และจะฟ้องเรียกค่าเสียหายหรือค่าตอบแทนใดๆไม่ได้ทั้งสิ้น

