เมื่อวันที่ 14 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากที่เป็นกระแสฮือฮาบนโลกโซเชียลตลอดคืนที่ผ่านมา (13เมษายน ) หลังจากที่มีผู้นำคลิปภาพการเล่นน้ำสาดน้ำสงกรานต์ บนถนนข้าวโพด แลนด์มาร์คสำคัญของ จ.ชัยนาท ซึ่งมีภาพของนักเต้นโคโยตี้ถูกหญิงสาวรายหนึ่ง เข้าไปประแป้งแล้วใช้มือลูบไล้ลงมาถึงเนินออก ซึ่งทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นความไม่เหมาะสมในการเล่นน้ำสงกรานต์นั้น
ล่าสุด พ.ต.อ.ชัชภิมุข มีมุข ผู้กำกับการ สถานีตำรวจภูธรเมืองชัยนาท ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนแกะรอยหาเบาะแสจากคลิป จนกระทั่งทราบว่ารถคันเกิดเหตุในคลิป เป็นรถของร้านเครื่องเสียงรถยนต์แห่งหนึ่งใน อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท จึงได้ให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนไปเชิญตัวมาสอบถาม และให้การว่าหญิงโคโยตี้ตามคลิปคือน้องหญิง (นามสมมติ) อายุ 22 ปีซึ่งทำงานเป็นนักเต้นอยู่ที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่งในตัวเมือง จึงได้เชิญตัวมาสอบสวน อีกคน

น้องหญิงเปิดเผยว่าผู้หญิงคนที่เดินเข้ามาประแป้งตนตามคลิปที่ปรากฏนั้น แท้จริงแล้วเป็นเพื่อนของเธอเองที่รู้จักสนิทสนมกันจากที่ทำงาน ช่วงเวลาตามคลิปเพื่อนสาวที่มาเที่ยวได้เข้ามาทักทายและประแป้ง จากนั้นก็ใช้มือลูบลงมาที่หน้าอกเป็นการหยอกล้อกันเพียงแค่นั้น ไม่ได้เป็นการจับขยำ หรือล้วงลึกในลักษณะอานาจารแต่อย่างใด และยืนยันว่าไม่ได้มีผู้ชายหรือคนอื่นๆมาจับหรือถูกเนื้อต้องตัวตนเหมือนเป็นการเปิดโอกาสให้จับฟรีตามที่เป็นข่าว
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเปรียบเทียบปรับเจ้าของรถข้อหาก่อให้เกิดเสียงอึกทึก เป็นเงิน 500 บาท ส่วนน้องหญิงผู้ปรับในข้อหากระทำการอันขายหน้าต่อธารกำนันหรือการอนาจาร ปรับ 1,000 บาท
ซึ่งหญิงเองก็กราบขอโทษชาวชัยนาทและสังคม ที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดและเสื่อมเสียชื่อเสียง สงกรานต์ถนนข้าวโพดชัยนาทในครั้งนี้ซึ่งตนเองก็รู้สึกเสียใจและสำนึกในสิ่งที่ทำไป แม้จะไม่ได้รุนแรงตามที่เป็นข่าวแต่ก็รู้สึกไม่ดี ที่การกระทำของตนและเพื่อนทำให้ชาวชัยนาทและคนในสังคมไม่สบายใจ


