เมื่อวันที่ 15 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้ร่วมสังเกตการณ์สวนผลไม้ใน ต.ยางหัก อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี พบว่าเกษตรกรได้ปลูกผลไม้ผสมผสานหลายชนิด ได้แก่ เงาะ ทุเรียน กระท้อน ลำไย กล้วยหอม ลองกอง มังคุด และลิ้นจี่ โดยเฉพาะลิ้นจี่ที่ออกผลดกจนแดงเต็มต้นกำลังใกล้จะเก็บเกี่ยวแล้ว หลังจากที่ผ่านมาสภาพอากาศที่ค่อนข้างเปลี่ยนแปลงอยู่เกือบตลอดเวลาทำให้ลิ้นจี่ติดลูกยาก แต่มาปีนี้กลับมีสภาพอากาศที่หนาวเย็นนาน และมีการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศบ่อยทั้งหนาว ร้อน เย็น ฝนตกในเดือนเดียวกัน ส่งผลให้ลิ้นจี่ติดลูกดกเป็นจำนวนมากกว่าทุกๆ ปี ทำให้เกษตรกรเริ่มยิ้มได้และเตรียมเก็บลิ้นจี่ขายเป็นผลไม้ชนิดแรกในเวลาๆ นี้

อย่างสวนผลไม้ของนายสุชาติ อิ่มวิญญาณ อยู่บ้านเลขที่ 108 หมู่ 5 ต.ยางหัก อ.ปากท่อ ซึ่งมีพื้นที่ปลูกอยู่ประมาณ 16 ไร่ แบ่งส่วนไว้หลายแปลง โดยมาปลูกผลไม้แบบผสมผสานกับผลไม้อีกหลายชนิด และยังใช้สมุนไพรในการไล่ศัตรูแมลง โดยไม่ต้องไปพึ่งพาสารเคมี ทำให้ลดต้นทุนในการปลูก มีรายได้จากการขายผลไม้ในสวนเกือบตลอดปีจากการปลูกผลไม้แบบผสมผสานกันโดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ามาช่วย โดยเฉพาะพริกแกงใต้นับว่าเป็นสูตรพิเศษที่เกษตรกรนำมาใช้ได้ผลเกินคาด
นายสุชาติ อิ่มวิญญาณ อายุ 51 ปี เปิดเผยว่า ที่สวนจะปลูกลิ้นจี่สายพันธุ์บางขุนเทียนก้านยาว ซึ่งจะมีรสชาติหวานอมเปรี้ยว คล้ายส้มบางมด มีการนำมาปลูกนานกว่า 10 ปีแล้ว ประมาณ 30 ต้น ส่วนการดูแลรักษาที่นี่จะไม่ค่อยเหมือนใครเพราะจะใช้น้ำพริกแกงใต้ที่ซื้อมาจากท้องตลาดทั่วไป นำมาผสมกับน้ำ และน้ำหมักสมุนไพรต่างๆ เซ่นผลลิ้นจี่ที่เคยเสียหล่นจากปีที่แล้วลูกไม่ค่อยสวย นำมาหมักใส่ถังผสมกับพริกแกงใต้ที่ทำมาจากการใส่ขมิ้น ข่า ตระไคร้ ใบมะกรูด พริก กระเทียม เป็นส่วนผสมของเครื่องพริกแกงเผ็ดมีประโยชน์คือความเผ็ด จากนั้นนำมาผสมน้ำแล้วฉีดพ่นประมาณ 7 วัน เพื่อไล่แมลงศัตรูพืชได้ดี ถ้าอยากบำรุงลูกก็ให้ใส่ผงชูรสเข้าไปผสมกับน้ำด้วย จะทำให้ลูกมีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย ลูกลิ้นจี่ติดผลดกแถมยังมีผลได้ขนาดดีด้วย และเมื่อเทียบกับปีที่แล้วรู้สึกว่าปีนี้จะดีกว่า ทำให้ลิ้นจี่ติดลูกเยอะขึ้น ส่วนผลผลิตส่วนมากจะไม่ได้ส่งขายที่ไหน เพราะมีเพื่อนจากต่างจังหวัดเข้ามาแวะเที่ยวหา และมาชิมลิ้นจี่ถึงสวน หลายคนที่มาก็จะมาแวะชิมสวนลิ้นจี่ได้ทุกต้น ต้นไหนรสชาติดีชอบก็สามารถเก็บจากต้นด้วยตัวเองไปชั่งกิโลขายกันในราคาถูกกว่าท้องตลาดทั่วไป

นายสุชาติกล่าวอีกว่า ปีนี้เห็นที่อื่นขายกันกิโลกรัมละกว่า 100-150 บาท แต่สวนลิ้นจี่ที่นี่จะขายอยู่ประมาณกิโลกรัมละ 80 บาท นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังสามารถมาเที่ยวชมต้นลิ้นจี่ เด็ดชิมสดๆ จากสวนและยังได้แชะถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก และยังแชร์บอกเพื่อนๆ ต่อไปได้ว่าที่ตำบลยางหักแห่งนี้ ก็มีของดีที่มีคุณภาพดี แถมราคาถูกและยังได้ลิ้มชิมลองรสชาติลิ้นจี่สดๆ จากต้นจากสวนที่แท้จริงด้วย ส่วนการสังเกตลิ้นจี่ขณะนี้หลังจากสีที่ลูกเริ่มมีลักษณะแดงระเรื่อแล้ว จะต้องใช้เวลาในการรอคอยประมาณ 27 วัน จึงจะสามารถเก็บผลผลิตรับประทานมีรสชาติหวานกรอบ แต่หากมาในช่วงนี้ลิ้มจี่กินได้แล้วแต่งจะมีรสชาติหวานกรอบอมเปรี้ยวนิดหน่อย หากนักท่องเที่ยวสนใจขอให้มาเที่ยว ชม ชิม แชะ กันได้ประมาณ วันที่ 27 เมษายนเป็นต้นไป จะใช้เวลาประมาณ 2 อาทิตย์หรือประมาณ 15 วันในการเก็บผลผลิตได้มีคุณภาพดีเต็มที่

นายอนุสรณ์ ฤทธิ์ล้ำ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 บ้านไทยประจัน เปิดเผยว่า ปีนี้อยากฝากนักท่องเที่ยวว่าจากที่ผ่านมาทุกๆ ปี นักท่องเที่ยวได้มาเที่ยว ชิม ช้อป แชะ ผลไม้หลากหลายในตำบลยางหัก ปีนี้มีอีกหนึ่งผลไม้ที่ออกผลผลิตได้ยอดเยี่ยมนั่นก็คือลิ้นจี่ เป็นผลมาจากสภาพอากาศที่ดีในปีนี้ ทั้งเรื่องฝน อากาศหนาวที่มาเร็ว ทำให้ลิ้นจี่ติดลูกดกมากหลายๆ สวนของเกษตรกร ส่วนรสชาติลิ้นจี่ที่ตำบลยางหักจะเน้นเรื่องความล่อนและความแห้งก่อน แต่รสชาติจะมีรสอมเปรี้ยวเล็กน้อย เนื่องจากพื้นที่ปลูกเป็นสภาพภูเขา ส่วนเรื่องความปลอดภัยจากสารเคมีนั้นการันตีร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะที่ตำบลยางหักจะเน้นหนักเรื่องน้ำหมักชีวภาพหรือปุ๋ยหมักคุณภาพสูงที่ทำขึ้นมาเองแล้วนำมาใช้ในครัวเรือน เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่คิดค้นขึ้นมาทำน้ำหมัก พริกแกงเผ็ด พริกแกงป่า พริกแกงใต้ มีความเชื่อว่าในพริกแกง หรือพริกแกงใต้นั้น มีสรรพคุณทั้ง ขมิ้น พริก ตะไคร้ ข่า ตรงนี้เองทางกรมวิชาการเกษตรได้แนะนำเกษตรกรใช้หมักเพื่อนำไปไล่แมลงอยู่แล้ว จึงนำน้ำพริกแกงมาฉีดพ่นกลายเป็นผลดีของชาวสวนที่นี่
จึงฝากนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาพักผ่อนเที่ยวน้ำตกและเที่ยวชมธรรมชาติที่สวยงามภายในอุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน แล้วยังได้เดินเที่ยวชิมลิ้นจี่จากสวนของชาวบ้าน ถูกใจแล้วค่อยซื้อกลับไปรับประทานหรือเป็นของฝากให้แก่เพื่อนๆ ญาติสนิทในราคาถูกแถมปลอดภัยเพราะใช้สมุนไพรจากธรรมชาติ นักท่องเที่ยวที่สนใจอยากมาเที่ยว สามารถเดินทางมาเที่ยวได้ที่บ้านไทยประจัน ต.ยางหัก อ.ปากท่อ ใช้เส้นทางจากอำเภอปากท่อ มุ่งหน้าเข้าสู่พื้นที่อุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน หรือสอบถามได้ที่ นายสุชาติ อิ่มวิญญาณ โทร 08-4737-6615


