วันที่ 16 เมษายน รายงานข่าวจากจังหวัดสงขลาระบุว่า ปัญหาการลักลอบดูดทรายในแม่น้ำเทพา ตำบลลำไพล อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา ซึ่งมีการลักลอบดูดทราย ในแม่น้ำเทพา ตลออดแนว โดยผู้ประกอบการอ้างว่าอยู่ระหว่างการยื่นเรื่องขออนุญาตดูดทรายกับส่วนเกี่ยวข้อง มาตั้งแต่ปี 2558 แต่ยังไม่ได้รับการอนุญาต ทำให้ต้องมีการดูดทรายโดยไม่มีใบอนุญาต จนกระทั่งมีผู้ร้องเรียนไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐเขตพื้นที่ 9 หรือ ป.ป.ท.เขตพื้นที่ 9 เข้าตรวจสอบ นำไปสู่การเข้าตรวจยึดจับกุมบ่อทรายเถื่อนของหน่วยเกี่ยวข้อง ทั้งตำรวจและฝ่ายปกครอง ในพื้นที่ โดยขณะนี้บ่อทรายในพื้นที่ 11 แห่ง ยังต้องหยุดดำเนินการมาตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งพันตำรวจโทสามารถ ไชยณรงค์ ผู้อำนวยการ ป.ป.ท.เขตพื้นที่ 9 ระบุว่าในวันที่ 17 เมษายน จะทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เพื่อให้มีการตรวจสอบปัญหาที่เกิดขึ้นจากการลอบดูดทรายหลายแห่งในพื้นที่ ซึ่งมีการร้องเรียนทั้งจากฝ่ายประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ รวมถึงฝ่ายผู้ประกอบการที่อ้างว่ายื่นเรื่องขออนุญาตมานาน 3 ปีแต่ไม่ได้รับการพิจารณา ส่วนจะพิจารณาอย่างไร ก็เป็นไปตามอำนาจหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
อย่างไรก็ตามมีรายงานว่าพื้นที่ตำบลลำไพล อำเภอเทพานั้นเป็นพื้นที่ที่ถูกกำหนดให้เป็นโซนนิ่งในการดูดทราย ซึ่งผู้ประกอบการได้ทำการยื่นเรื่องเพื่อขออนุญาตประกอบการดูดทรายตามขั้นตอนมาตั้งแต่ปี 2558 แต่จนถึงขณะนี้กลับยังไม่ได้รับการพิจารณา ล่าสุดจังหวัดสงขลา ได้ชี้แจงถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ภายหลังมีการนำเสนอข่าวว่า ทางสำนักงานที่ดินจังหวัดสงขลา สาขาอำเภอเทพา ได้ตรวจสอบพบว่า ทางผู้ประกอบการได้ยื่นขออนุญาตดูดทรายตามมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินเมื่อเดือนมีนาคม 2558 และคณะอนุกรรมการพิจารณาอนุญาตดูดทรายประจำจังหวัดสงขลาได้มีการประชุมร่วมกันเมื่อเดือนสิงหาคม 2559 มีมติไม่ผ่านความเห็นชอบและมีมติให้อำเภอเทพา จัดทำประชาคมราษฎรในพื้นที่ตำบลลำไพลและตำบลท่าม่วง ที่มีการขออนุญาตดูดทราย เพื่อประกอบการพิจารณา และล่าสุดในการประชุมเมื่อ 19 กุมภาพันธ์ 2561 คณะกรรมการพิจารณาอนุญาตให้ดูดทรายจังหวัดสงขลา มีมติให้เลื่อนการพิจารณา เพื่อรอผลการทำประชาคมของราษฎร โดยผ่านความเห็นของอำเภอเทพาและคณะทำงานตรวจสอบและติดตามการดูดทรายระดับอำเภอ

