วันที่ 16 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเดินทางกลับหลังสิ้นสุดเทศกาลสงกรานต์ พบว่าที่สถานีขนส่งขอนแก่นแห่งที่ 3 หรือ บขส.3 ริมถนนเลี่ยงเมืองสายขอนแก่น-อุดรธานี มีประชาชนจำนวนมากมารอการโดยสารในเที่ยวรถโดยสารทุกประเภทในเส้นทางสายต่างๆที่มีต้นทางจาก จ.ขอนแก่น โดยประชาชนส่วนใหญ่นั้นต่างต้องการเดินทางกลับกรุงเทพฯ เขตปริมณฑล รวมไปถึงกลุ่มจังหวัดทางภาคตะวันออกเพื่อกลับเข้าทำงานตามปกติหลังสิ้นสุดช่วงวันยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ซึ่งถึงแม้ว่าตั๋วที่นั่งโดยสารในเที่ยวรถโดยสารปกติจะเต็มไปจนถึงวันที่ 18 เมษายน แต่ผู้โดยสารส่วนใหญ่ยังคงมายืนรอต่อคิวเพื่อรอซื้อตั๋วยืนหรือตั๋วรถเที่ยวเสริมที่ทาง บขส.ได้จัดเตรียมเอาไว้
ขณะที่สถานีรถไฟขอนแก่นมีประชาชนจำนวนมากมารอขึ้นรถไฟ ส่วนใหญ่ต่างนำข้าวสาร อาหารแห้ง หอม กระเทียม ปลาร้า มารอโดยสารในเที่ยวรถที่ให้บริการตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา โดยทางเจ้าหน้าที่การรถไฟแห่งประเทศไทยได้มีการติดประกาศแจ้งผู้โดยสารว่าตั๋วรถเที่ยวขาล่องมุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯเต็มทุกขบวน แต่ผู้โดยสารส่วนใหญ่ยังคงมารอการโดยสารอย่างมีความหวัง โดยเฉพาะเที่ยวเสริมขบวนพิเศษที่จัดสำรองไว้ให้บริการผู้โดยสารเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์เพิ่มเติมอีก 1 ขบวนเสริมจากเที่ยวปกติ พบว่ามีผู้โดยสารมารอการโดยสารจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงต้องจัดระบบการให้บริการผู้โดยสารและการห้ามยืนล้ำเส้นใกล้กับเขตชานชาลาเพื่อความปลอดภัย
นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบการให้บริการของระบบขนส่งมวลชนสาธารณะทั้งที่ บขส.-สถานีรถไฟและที่สนามบินขอนแก่น ซึ่งพบว่าการให้บริการเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีการสำรองเที่ยวรถของ บขส.ในการให้บริการเพื่อไม่ให้มีผู้โดยสารตกค้าง เช่นเดียวกันกับ รฟท.และสายการบิน ที่มีการจัดการให้บริการเที่ยวพิเศษไปจนถึงวันที่ 18 เมษายน เพื่อให้ผู้โดยสารเดินทางกลับครบทุกคน ขณะที่การตรวจสอบเรื่องการจำหน่ายตั๋วเกินราคา ตั๋วผี หรือการกระทำผิดต่างๆ เกี่ยวกับการบริการสาธารณะไม่พบสิ่งผิดปกติแต่อย่างใด

ด้านบรรยากาศสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดอุทัยธานี ซึ่งตั้งแต่ช่วงเช้ามีประชาชนเข้าคิวรอซื้อตั๋วเพื่อขึ้นรถตู้โดยสาร และรถโดยสารปรับอากาศกันอย่างเนืองแน่น เนื่องจากทางสถานีขนส่งผู้โดยสารไม่ได้เปิดให้จองตั๋วล่วงหน้า และเนื่องจากจังหวัดอุทัยธานีนั้นเป็นจังหวัดเล็ก มีรถตู้โดยสารที่ถูกต้องตามกฎหมายเพียง 36 คัน และรถทัวร์โดยสารปรับอากาศนั้นมีวิ่งไม่ถึง 10 คัน จึงทำให้ไม่เพียงพอต่อการโดยสารของประชาชนในช่วงเทศกาล ซึ่งทุกปีจะมีประชาชนมารอขึ้นรถโดยสารกันตั้งแต่เวลา 03.00 น. เพื่อให้สามารถทำเวลาในการเดินทางได้สะดวกขึ้น ตลอดจนลดความหนาแน่นในช่วงเวลาที่มีประชาชนเดินทางขึ้นรถโดยสารจำนวนมากในช่วงเทศกาล ในส่วนการแก้ไขการรับส่งผู้โดยสารนั้น ทางขนส่งจังหวัดอุทัยธานี ได้นำรถรับจ้างไม่ประจำทาง และรถนำเที่ยวต่างๆ ที่ได้รับอนุญาตการวิ่งอย่างถูกต้อง เข้ามาช่วยวิ่งเสริม โดยในวันนี้ได้ทำการเพิ่มจำนวนรถตู้ 60 คัน และรถทัวร์อีก 15 คัน เพื่อระบายประชาชนที่กำลังรอรถกันแน่นสถานีขนส่งเข้ากรุงเทพฯให้เร็วที่สุด
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ขนส่งยังคงคุมเข้มเรื่องความปลอดภัยตลอดการเดินทาง โดยมีการสั่งแจ้งกับคนขับรถตู้โดยสาร ที่วิ่งรับส่งผู้โดยสารว่าจะต้องวิ่งรับส่งได้ไม่เกิน 3 เที่ยวเท่านั้น โดยเมื่อส่งผู้โดยสารถึงกรุงเทพมหานครแล้ว จะต้องมีเวลาพักผ่อนอย่างน้อย 1 ชั่วโมง จึงจะวิ่งกลับมารับผู้โดยสารได้ โดยไม่อนุญาติให้คนขับนั้นวิ่งควงไปกลับได้ตลอดเวลา เพื่อป้องกันไม่ให้คนขับนั้นเกิดการอ่อนเพลียจากพักผ่อนไม่เพียงพอ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสาเหตุของการเกิดการหลับในจนทำให้เกิดอุบัติเหตุนำมาซึ่งการเสียชีวิตและทรัพย์สินได้


