วันที่ 16 เมษายน นายไมตรี ไตรติลานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี เป็นประธานเปิดงานประเพณีแห่ค้างดอกไม้ โดยองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยแห้ง นายญวน ปานาง นายก อบต.ห้วยแห้ง ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานอุทัยธานี และสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดอุทัยธานี นายพจน์ สีเข้ม จัดงานอนุรักษ์และสืบสานประเพณีดังกล่าว ซึ่งประเพณีแห่ค้างดอกไม้เป็นประเพณีประจำท้องถิ่นของชาวอำเภอบ้านไร่ เชื้อสายลาว ที่มีมาตั้งแต่ครั้งบรรพบุรุษ และถือปฏิบัติในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 13-18 เมษายนของทุกปี
โดยในพิธีนั้น ชาวบ้านที่มีเชื้อสายลาวจะนำดอกไม้นานาชนิด อาทิ ดอกเฟื่องฟ้า ดอกพุด ดอกจำปา ดอกรัก ดอกเข็ม ดอกมะลิ ใบโกศล ใบมะพร้าว ฯลฯ ซึ่งเป็นดอกไม้ในท้องถิ่นทั้งหมดมาทำเป็นพุ่มคล้ายทรงเจดีย์ และทำการแห่ไปยังวัด เรียกว่าการแห่ค้างดอกไม้ ในช่วงวันสงกรานต์เพื่อเป็นการสอนลูกหลานในท้องถิ่นให้รู้จักการมีสัมมาคารวะ รู้จักการขอขมา และการให้อภัยซึ่งกันและกัน โดยจะเรียกกันว่า “เป็นการอนุญาตบาปกรรม” กล่าวคือ การเล่นสงกรานต์มักจะมีการล่วงเกินพระสงฆ์องค์เจ้า ล่วงเกินคนเฒ่าคนแก่ และล่วงเกินซึ่งกันและกัน และในทุกๆ ปีจะมีกิจกรรมการแสดงวัฒนธรรมประเพณีประจำท้องถิ่นเพิ่มเติม เช่น การแสดงรำแคน รำกะลา และการรำถวายหลวงพ่อโต วัดผาทั่งด้วย
ความเป็นมาของประเพณีดังกล่าว ผู้สูงอายุในหมู่บ้านได้เล่าเพิ่มเติมว่า เมื่อสิ้นสุดการเล่นสงกรานต์ในแต่ละวันแล้วนั้น คนหนุ่มสาว ลูกเด็กเล็กแดง จะพากันไปเก็บดอกไม้ตามบ้านและนำมาผูกให้เป็นพุ่มผูกติดกับคานหาบทรงคล้ายเจดีย์ และหามไปตามหมู่บ้าน เพื่อขออนุญาตบาปกรรมจากคนเฒ่าคนแก่หรือจากทุกคน และคนเฒ่าคนแก่หรือคนทั่วไปก็จะอนุญาตบาปด้วยการหยาดน้ำไปที่ดอกไม้และก็จะนำดอกไม้ฝากไปด้วย จึงเรียกว่า “ค้างดอกไม้” เมื่อนำไปถึงวัดพระก็จะให้อนุญาตบาปกรรมแก่ญาติโยมด้วยการหยาดน้ำอีกครั้ง ซึ่งการกระทำเช่นนี้ได้มีการกระทำสืบต่อกันมาช้านาน ซึ่งคนเฒ่าคนแก่ก็ไม่ทราบได้ว่าทำกันมาตั้งแต่เมื่อใดแน่ เพราะเมื่อจำความได้ก็เห็นคนเฒ่าคนแก่ในสมัยนั้นนำพาปฏิบัติอยู่ก่อนแล้ว

