ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 17 เมษายน นายภาณุ พิทักษ์เผ่า ผู้อำนวยการศูนย์เรียนรู้คุณธรรมเพื่อเศรษฐกิจพอเพียง นำตัวแทนชาวบ้านจากชุมชนชุมอุทิศ เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ เดินทางมายังสำนักงานเทศบาลนครหาดใหญ่ เพื่อยื่นข้อเรียกร้องให้ใช้อำนาจหน้าที่ เพื่อหยุดและย้ายกิจการซักอบรีดเถื่อน ซึ่งตั้งอยู่กลางชุมชนออกไปจากพื้นที่ เนื่องจากสร้างผลกระทบทั้งต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของชาวบ้านในพื้นที่ เนื่องจากไม่ได้มีการขออนุญาตประกอบการ ไม่มีระบบบำบัดน้ำเสีย รวมถึงการประกอบการที่ไร้ความรับผิดชอบ ซึ่งได้ทำการเช่าบ้านเอาไว้ประกอบกิจการ 3 ห้องติดกัน ปล่อยน้ำผ่านท่อโดยไม่ผ่านกระบวนการบำบัด ทั้งนี้ ได้นำหลักฐาน ซึ่งเป็นน้ำเสียที่มีสีดำ ที่อ้างว่าออกมาจากท่อน้ำทิ้งของสถานประกอบการ ฝุ่นผ้าที่รวมตัวกันจับเป็นก้อน ใบรับรองแพทย์ที่ยืนยันว่าชาวบ้านป่วยเป็นโรคภูมิแพ้อย่างยั่งยืน ใบแจ้งความเนื่องจากถูกข่มขู่จากการเคลื่อนไหวขับไล่สถานประกอบการแห่งนี้ เพื่อนำมายื่นต่อนายกไพร พัฒโน นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
นายภาณุกล่าวว่า ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนจากสถานประกอบการแห่งนี้ประมาณ 10 หลังคาเรือน เนื่องจากเป็นผู้เช่าบ้านร่วมกัน มีบ้านติดกัน ลักษณะเป็นบ้านแถว ซึ่งสถานประกอบการเช่นนี้ไม่ควรจะมาตั้งอยู่กลางชุมชน โดยจะมีทั้งกลิ่นจากสารเคมีในการซักอบรีด เสียงดังจากเครื่องจักร ทำให้เด็กๆ นอนหลับไม่สนิท ฝุ่นจากผ้า รวมถึงอุปกรณ์อื่นๆ และน้ำเสีย ทำให้ชาวบ้านป่วยด้วยโรคภูมิแพ้ นักเรียนนอนไม่หลับ เพราะเปิดทำการตั้งแต่ 07.00-23.00 น.ของทุกวัน จึงมาร้องเรียนเพื่อให้เทศบาลพิจารณาแก้ปัญหา ก่อนหน้านี้ได้ร้องเรียนมาแล้ว 1 ครั้ง ยืนยันต้องการให้มีการย้ายออกจากชุมชน และให้เทศบาลใช้อำนาจหน้าที่ที่มีอยู่แก้ปัญหา แต่หากไม่ได้ผลก็คงต้องเดินทางไปร้องเรียนยังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสงขลาเพื่อดำเนินการต่อไป
นางสาวฐิติชญา โตเอี่ยม ซึ่งมีบ้านติดอยู่กับสถานประกอบการแห่งนี้ กล่าวว่า ตนเองป่วยเป็นภูมิแพ้มานานประมาณ 3 ปี ซึ่งก็พอๆ กับที่ร้านซักอบรีดมาเปิดอยู่ ไปพบแพทย์ หมดค่ารักษาพยาบาลไปแล้วจำนวนมาก แต่ไม่หาย เนื่องจากอาศัยอยู่ติดกับแหล่งที่กระทบต่อสุขภาพ นอกจากตนเองแล้ว ลูกชายก็ป่วยด้วยโรคภูมิแพ้เช่นเดียวกัน มีลักษณะหน้าซีดเพราะนอนพักผ่อนไม่เพียงพอ จากเครื่องจักรในการซักอบรีด ที่ส่งเสียงดัง จึงออกมาเคลื่อนไหวเพื่อให้มีการย้ายออกไป แต่ก็พบว่าเจ้าของบ้านเช่าที่ผู้ประกอบการเช่าอยู่ กลับมาพบและพูดจาในทำนองข่มขู่ตนเองกับครอบครัวให้หยุดเคลื่อนไหว ทำให้ต้องเดินทางเข้าแจ้งความเอาไว้เป็นหลักฐานแล้ว โดยมองว่าในฐานะเจ้าของบ้านเช่า ควรจะมีการเจรจาไกล่เกลี่ย เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นร่วมกัน
นายพฤกษ์ พัฒโน รองนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ กล่าวว่า หลังได้รับเรื่องร้องเรียนครั้งแรก เทศบาลนครหาดใหญ่ได้ลงพื้นที่ทำการตรวจสอบ ซึ่งก็พบว่าสถานประกอบการเปิดโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งได้มีการแนะนำให้หยุดกิจการชั่วคราว แล้วดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายให้ถูกต้อง แต่เมื่อชาวบ้านมาร้องเรียนอีกครั้ง ซึ่งเท่ากับผู้ประกอบการไม่ได้ทำตามข้อแนะนำ ในวันนี้จะได้ให้เจ้าหน้าที่นำหนังสือแจ้งให้หยุดกิจการชั่วคราว เพื่อดำเนินการตามกระบวนการให้ถูกต้อง พร้อมจัดเจ้าหน้าที่เข้าทำความสะอาดบริเวณใกล้เคียง
อย่างไรก็ตาม ได้รับรายงานว่าสถานประกอบการแห่งนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการย้ายออกจากพื้นที่ โดยเตรียมพื้นที่ใหม่อยู่ในอำเภอรอบนอก ซึ่งจะได้จัดเจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจสอบต่อไป และขอความร่วมมือชาวบ้านช่วยแจ้งเหตุเข้ามาอีกครั้งหากยังได้รับความเดือดร้อนอีก


