หน้าแรก ภูมิภาค วัดพระธาตุดอย...

วัดพระธาตุดอยคำ เชียงใหม่คึกคัก!! ปชช.แห่สรงน้ำ ‘พระรอดหลวง’ อายุ 1,313 ปี 7 วัน 5 หมื่นคน (ภาพชุด)

17.04.18 | 17:27 น.

เมื่อวันที่ 17 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการทำบุญสรงน้ำพระรอดหลวง อายุ 1,313 ปี องค์พระเจดีย์ และหลวงพ่อทันใจ อายุ 506 ปี พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ของวัดพระธาตุดอยคำ ต.แม่เหียะ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ หรือปีใหม่เมืองวันที่ 7 หรือวันสุดท้าย เป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนและนักท่องเที่ยว เดินทางไปกราบไหว้สักการะ เพื่อขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้สมปราถนาตามคำอธิษฐาน พร้อมถวายพวงมะลิแก้บนตามความเชื่อชาวล้านนาตลอดทั้งวันจำนวนมาก ซึ่งช่วงบ่าย มีลมพัดแรง และฝนตกเป็นระยะ แต่ไม่กระทบการเดินทาง เพื่อขึ้นไปกราบไหว้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่วัดอย่างใด

ทั้งนี้มีการจัดระเบียบร้านค้า ผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาล และลานจอดรถ โดยมีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกจราจร เพื่อให้การจราจรคล่องตัวพร้อมระบายรถตลอดวัน พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดกว่า 20 จุด เพื่อควาามปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งผู้ค้าสลากกว่า 20 ราย ไม่ได้มานั่งขายหวย หลังออกสลากงวด วันที่ 16 เมษายน ที่ผ่านมา เพราะต้องรอสลากงวดใหม่ ทำให้ผู้มาทำบุญที่วัดบางรายผิดหวัง ไม่ได้ซื้อหวย หรือเลขเด็ด เลขสวยตามที่ต้องการ จึงไปหาซื้อที่อื่นแทน


พระครูสุนทรเจติยารักษ์ หรือครูบาพิณ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยคำ กล่าวว่า ช่วงสงกรานต์ วันที่ 11-17 เมษายนนี้ มีผู้มาทำบุญและสรงน้ำพระ เฉลี่ยวันละ 6,000-7,000 คน/วัน รวมกว่า 50,000 คน มีรถหมุนเวียนมาจอดที่วัด เฉลี่ยวันละ 2,000 คัน ซึ่งไม่พบสิ่งปกติ หรืออุบัติเหตุใด ๆ เพราะเจ้าหน้าที่รณรงค์เรื่องความปลอดภัยมาโดยตลอด ปีนี้การทำบุญและสรงน้ำพระที่วัดประสบผลสำเร็จมาก และได้รับคำชมจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะประชาชนและนักท่องเที่ยวที่มาทำบุญ ว่าชอบการจัดระเบียบของวัด ไม่มีการรบกวนจากผู้ค้าสลากที่ตื้อขายหวยอีก

“การทำบุญสรงน้ำพระ เชื่อว่ายังมีประชาชนและนักท่องเที่ยวมากราบไหว้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ตลอดเมษายนนี้ เพราะยังมีผู้ที่ไม่เดินทางกลับภูมิลำเนา บางส่วนยังท่องเที่ยวต่อ เนื่องจากเป็นช่วงปิดเทอม หรือพักร้อน บางรายอาจทำบุญไหว้พระ 9 วัด เพื่อความเป็นสิริมงคลครอบครัว หลังเทศกาลสงกรานต์ ทางวัดมีแผนพัฒนาและปรับปรุงภูมิทัศน์วัดให้เป็นระเบียบเรียบร้อย สวยงาม พร้อมสำรวจเส้นทางสร้างถนน เพื่อเป็นเส้นทางลงของยานพาหนะ ระยะทาง 2-3 กิโลเมตร ไม่ต้องให้รถวิ่งสวนทางกันอีก เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน พร้อมระบายการจราจรให้คล่องตัว สะดวก ปลอดภัยมากขึ้น” พระครูสุนทรเจติยารักษ์ กล่าว

Advertisement