เมื่อวันที่ 18 เมษายน พ.อ.คณธัช ชนะกาญจน์ รอง ผบ.มทบ.23 ค่ายศรีพัชรินทร จ.ขอนแก่น พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดจากตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.มัญจาคีรี และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เข้าทำการตรวจสอบที่เกิดเหตุ 2 วัยรุ่นถูกระเบิดกลางป่าชุมชนภูฮวก บ้านหนองหัวช้าง หมู่ 8 ต.หนองแปน อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น ทราบชื่อคนเจ็บคือ นายกิตติศักดิ์ อัตนา อายุ 27 ปี ชาว ต.หนองแปน อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส ใบหน้าถูกสะเก็ดระเบิดจนเละ มือข้างซ้ายขาด ลำตัวเต็มไปด้วยบาดแผล และนายอนุชิต ทิตะวัน อายุ 27 ปี ชาว ต.หนองแปน อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น มีบาดแผลที่หัวเข่าซ้าย สะเก็ดระเบิดลึกถึงกระดูก ขณะนี้ถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลขอนแก่น
พ.อ.คณธัชกล่าวว่า จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบร่องรอยการจุดกองไฟ และร่องรอยการระเบิดอยู่บนพื้นดินเป็นหลุมลึก บริเวณโดยรอบสะเก็ดระเบิดได้กระจายไปรอบๆ บริเวณ ซึ่งเป็นเศษโลหะจากกระป๋อง รัศมีประมาณ 5 เมตร มีกองเลือดของผู้บาดเจ็บ และวัสดุอุปกรณ์สำหรับดัดแปลงระเบิด ไฟฉาย 2 อัน ประทัดลูกบอล 2 ลูก กระป๋องซึ่งภายในบรรจุดินปืนไว้แต่ยังไม่ระเบิดอีก 1 ลูก
“จากการสอบถามเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่เข้าให้การช่วยเหลือนำทั้ง 2 คนส่งโรงพยาบาล ทราบว่า ขณะนั้นเวลาประมาณ 05.30 น. น้องชายของผู้บาดเจ็บได้ขอความช่วยเหลือขอรถพยาบาลนำส่งผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยเมื่อเจ้าหน้าที่มาถึงพบทั้ง 2 คนนอนร้องครวญครางอยู่คนละทิศทาง สภาพเลือดท่วมตัว มีคนเจ็บ 1 รายที่มือขาด ไม่สามารถพูดได้ ส่วนอีกคนแรงระเบิดอัดเข้าที่หัวเข่า ไม่สามารถลุกได้ แต่ยังมีสติพูดได้ จึงได้ให้การช่วยเหลือเบื้องต้นแล้วนำส่งโรงพยาบาลมัญจาคีรี ก่อนจะส่งต่อไปยังโรงพยาบาลขอนแก่น เพื่อทำการรักษา” พ.อ.คณธัชกล่าว
พ.อ.คณธัชกล่าวต่อว่า วัยรุ่นทั้ง 2 คนนี้ชาวบ้านรู้จักเป็นอย่างดี เป็นพวกนักเลงในพื้นที่ ชอบมีเรื่องกับคู่อริเป็นประจำ และมักจะทำระเบิดขึ้นใช้เอง โดยครั้งนี้เกิดพลาดโดนแรงระเบิดเสียเอง ทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว นอกจากนี้ยังพบว่ามีประวัติเคยยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดและคดีฆ่าคนตาย เพิ่งพ้นโทษออกมาเมื่อปีที่แล้ว ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่กล้ายุ่งเพราะเกรงกลัวอิทธิพลของทั้ง 2 คน อย่างไรก็ดี แม้เบื้องต้นผู้ได้รับบาดเจ็บให้การว่าไปส่องสัตว์และหาจับแมลงที่กินใบไม้ เพื่อนำมาเป็นอาหารเลี้ยงครอบครัวและนำไปขาย แต่ก่อนจะกลับบ้านก็พากันนั่งพัก โดยก่อกองไฟผิงแก้หนาว ซึ่งในขณะที่กำลังเขี่ยใบไม้มาใส่กองไฟ ก็มีเสียงระเบิดดังขึ้น กระทั่งได้รับบาดเจ็บดังกล่าว
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การของผู้บาดเจ็บ เพราะจากการสอบถามญาติของผู้บาดเจ็บรายหนึ่งทราบว่า ทั้ง 2 คนเคยประกอบระเบิดขึ้นเองหลายครั้ง และชอบมีเรื่องท้าตีท้าต่อยกับชาวบ้าน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการสืบสวนสอบสวนเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป ส่วนระเบิดแสวงเครื่องอีก 1 ชิ้นที่ยังไม่ได้ระเบิด ทางเจ้าหน้าที่ EOD จะทำการเก็บกู้และนำไปทำลายในที่ปลอดภัย

