รวบหนุ่มแสบ แอบลักบัตรเอทีเอ็มนายจ้างไปกดเงิน ถึง 248 ครั้ง รวมเป็นเงิน 6.5 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตภายใต้การอำนวยการ พ.ต.อ.อกนิษฐ ด่านพิทักษ์ศาสน์ ผกก.สส.ภ.จว.ภูเก็ต, พ.ต.ท.ธรรมสรรค์ บุญทรง รอง ผกก.สส.ภ.จว.ภูเก็ต, พ.ต.ท.ปทักข์ ขวัญนา รอง ผกก.สส.ภ.จว.ภูเก็ต นำโดย พ.ต.ต.ปรมินทร์ พรรณราย สว.กก.สส.ภ.จว.ภูเก็ต, พ.ต.ต.ไพโรจน์ ธนพรรณาธร สว.กก.สส.ฯ, ร.ต.อ.สมพร บุญมา รอง สว.กก.สส.ฯ ร.ต.อ.สุริยา รัตนพันธ์ รองสว.กก.สส.ฯ, ร.ต.อ.ภูเอก มุกสิวงศ์ รองสว.กก.สส.ฯ พร้อมชุดสืบ กก.สส.ภ.จว.ภูเก็ต ร่วมกันจับกุมนายวิฑูรย์ หรือบี บวบดี อายุ 37 ปี ชาว ม.7 ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต ตามหมายจับที่ 160/2561 ลงวันที่ 13 มีนาคม 2561 ในความผิดฐาน “ลักทรัพย์ (บัตรอิเล็กทรอนิกส์) ที่เป็นของนายจ้างในเคหสถาน และใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นเบิกถอนเงินสดโดยมิชอบในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” โดยสามารถจับกุมได้ที่บริเวณหน้าบ้านไม่ทราบเลขที่ หมู่ที่ 4 ต.เกาะแก้ว อ.เมืองภูเก็ต เมื่อเวลา 21.00 น.วันที่ 17 เมษายน 2561
สำหรับการจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2561 ชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จว.ภูเก็ต ได้รับแจ้งจากพนักงานสอบสวน สภ.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต ว่า มีเหตุลักทรัพย์บัตรกดเงินสด (เอทีเอ็ม) ของผู้เสียหาย และมีการนำไปกดเงินสด จำนวน 248 ครั้ง รวมเป็นเงิน 6,520,000 บาท จึงได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุ และดำเนินการตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ติดตรงบริเวณตู้เงินสด(เอทีเอ็ม) พบบุคคล รูปร่างตำหนิรูปพรรณ และการแต่งกาย คนร้ายตรงกับนายวิฑูรย์ หรือบี บวบดี
จากนั้นชุดสืบสวน กก.สส.ฯ จึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน ทำรายงานการสืบสวน เพื่อให้พนักงานสอบสวน สภ.ฉลอง ดำเนินการออกหมายจับผู้ต้องหาดังกล่าว ต่อมาได้ยื่นคำร้องขอหมายจับให้ศาลอนุมัติหมายจับผู้ต้องหานี้ ตามหมายจับที่ 160/2561 ลงวันที่ 13 มีนาคม 2561 ในความผิดฐาน “ลักทรัพย์(บัตรอิเล็กทรอนิกส์) ที่เป็นของนายจ้างในเคหสถานและใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นเบิกถอนเงินสดโดยมิชอบในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน”
ต่อมาจากการสืบสวนทราบว่า ผู้ต้องหารายดังกล่าวได้หลบหนีมาอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.เกาะแก้ว อ.เมืองภูเก็ต ชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จว.ภูเก็ต และ ชุดสืบสวน บก.ภ.8 จึงได้ไปตรวจสอบ และพบผู้ต้องหารายดังกล่าว จึงได้เข้าแสดงตัว และควบคุมตัวมาสอบสวนเพิ่มเติม ทราบว่า ผู้ต้องหารายนี้ได้มีการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดและอาวุธปืน จึงได้สอบถามนายวิฑูรย์ฯ ผู้ต้องหา ให้การรับว่า ตนมีอาวุธปืนที่ซื้อมาป้องกันตัวเก็บไว้ที่บ้านจริง และพร้อมนำเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจค้นบ้านพัก ซึ่งผลการตรวจค้น พบอาวุธปืนลูกซอง ยาว 5 นัด ขนาด 12 เลขทะเบียน กท 3857026 จำนวน 1 กระบอก, กระสุนปืนขนาด 12 จำนวน 3 นัด, อาวุธปืนพกสั้น ไทยประดิษฐ์ ขนาด .380 จำนวน 1 กระบอก กระสุน ขนาด .380 จำนวน 1 นัด จึงได้จับกุมตัวไว้ตามหมายจับ และตรวจยึดอาวุธปืน นำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


