วันที่ 19 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดเหตุการณ์สุดระทึก มีบั้งไฟตกใส่หลังคาบ้านของชาวบ้าน ในพื้นที่ บ้านทุ่งสว่างใหม่ ต.เรณูใต้ อ.เรณูนคร จ.นครพนม ทำให้บ้านเรือนของชาวบ้านได้รับความเสียหาย ทางผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริง ทราบว่า เป็นบ้านพักของ นายมงคลรัตน์ สำเภาทอง อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 62 หมู่ 3 บ้านทุ่งสว่างใหม่ ต.เรณูใต้ อ.เรณูนคร จ.นครพนม โดยหลังเกิดเหตุทางเจ้าของบ้าน ได้แจ้งไปยัง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เรณูนคร มาตรวจสอบความเสียหาย ซึ่งเป็นบ้านพักชั้นเดียว
พบว่า สภาพภายในบ้าน มีบั้งไฟที่ชาวบ้านประดิษฐ์ขึ้นมาจากท่อพีวีซี และมีหางไม้ไผ่ความยาวประมาณ 2 เมตร พุ่งตกทะลุลงมาจากหลังคาบ้าน ทำให้ทะลุมาถึงเพดาน ตกลงกลางบ้าน กระจัดกระจาย โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้นจากการตรวจสอบพบว่า มีการจัดงานบุญบั้งไฟประจำปีของชาวบ้าน เพื่อขอฟ้าขอฝนบูชาพญาแถน ในพื้นที่ ต.โคกหินแฮ่ อ.เรณูนคร จ.นครพนม คาดว่าบั้งไฟเกิดปัญหาระเบิด เปลี่ยนทิศทาง ขณะมีการจุด ทำให้พุ่งลงใส่หลังคาบ้านของชาวบ้าน ซึ่งหลังเกิดเหตุทางคณะกรรมการจัดงานบุญบั้งไฟ ได้เดินทางมาตรวจสอบ ยืนยันที่จะรับผิดชอบ ชดใช้ค่าเสียหายในการซ่อมแซมบ้าน ให้ทั้งหมด
ด้านนายมงคลรัตน์ สำเภาทอง อายุ 41 ปี เจ้าของบ้าน เล่านาทีระทึกว่า ขณะตนอยู่ในบ้านกับครอบครัว มีลูกและภรรยา จู่ๆ ได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นกลางบ้าน ดังสนั่น ทำให้ฟ้าเพดาน โคมไฟแตกกระจัดกระจาย ทำให้ตนรู้สึกตกใจมากแทบช็อก เพราะตอนแรกไม่รู้ว่าคืออะไร แต่พอเสียงเงียบได้เดินไปดูพบว่า เป็นบั้งไฟระเบิดพุ่งมาตกทะลุหลังคาบ้าน จึงได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมถึงคณะกรรมการจัดงานบุญบั้งไฟในพื้นที่ หมู่บ้านใกล้เคียงมาตรวจสอบ ความเสียหาย ซึ่งทางคณะกรรมการผู้จัดการยืนยันที่จะรับผิดชอบชดใช้ความเสียหายทั้งหมด คาดว่าจะต้องซ่อมแซมเป็นเงินประมาณ 10,000 บาท
ซึ่งตนยอมรับว่ารู้สึกผวาไม่หาย เพราะโชคดีมากที่ไม่ได้อยู่ตรงจุดที่บั้งไฟตกลงมา เชื่อว่าถ้าตกใส่ถูกคนในบ้าน อาจถึงตายได้ เพราะจากเสียงและความเสียหาย ยอมรับว่าแรงมาก อย่างไรก็ตามครั้งนี้อาจโชคดีที่ไม่มีใครได้รับอันตราย แต่ตนอยากฝากเป็นอุทาหรณ์ไปยังผู้จัดงานบุญบั้งไฟ ให้ระมัดระวัง หาทางป้องกันแก้ไข ไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำอีก เพราะบั้งไฟถือว่ามีความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายสูง ดีกว่าปล่อยให้เกิดการสูญเสีย ส่วนครั้งนี้ตนไม่ติดใจเอาความหากมีการชดใช้ แต่หากไม่รับผิดชอบจะต้องแจ้งความดำเนินคดีกับผู้จัดงานแน่นอน


(ชมคลิป)

