เมื่อวันที่ 20 เมษายน ที่อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง นายเหม เหมรัตน์ อายุ 88 ปี ซึ่งเป็นผู้เลี้ยงช้างรายใหญ่ที่สุดใน จ.ตรัง จัดให้มีกิจกรรมเลี้ยงโต๊ะจีนแบบบุฟเฟ่ต์ โดยมีผลไม้ยอดฮิตของช้างทั้งกล้วย อ้อยและสับปะรดน้ำหนักกว่า 2,000 กิโลกรัม จัดวางให้ช้างที่มีอยู่ทั้งหมดจำนวน 20 เชือกกิน อีกทั้งยังมีการจัดกิจกรรมประกอบพิธีรับขวัญช้างและไหว้ครูหมอ ตามความเชื่อที่ว่า ช้างเป็นสัตว์นำโชค


คุณลุงเหม กล่าวว่า ตนมีอาชีพเลี้ยงช้างมานาน โดยเชื่อว่าผู้ใดเลี้ยงไว้ก็จะต้องตอบแทนบุญคุณด้วยการเลี้ยงดูอย่างดี เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคล เสริมบุญบารมี และโชคลาภ เนื่องจากช้างก่อให้เกิดการสร้างงานสร้างรายได้ จนสามารถเลี้ยงดูครอบครัวของคนเลี้ยงช้างให้มีกินมีใช้มาจนถึงทุกวันนี้ และเชื่อว่าจะทำให้ช้างไม่ดุร้าย ว่านอนสอนง่าย และไม่เกิดปัญหาการทำร้ายผู้คน ซึ่งนายเหมฯ เลี้ยงช้างมาตั้งแต่ปีพ.ศ.2535 จำนวน 9 เชือก จนปัจจุบันมีช้างทั้งหมด 20 เชือกและไม่เคยเกิดปัญหาใดๆ ขึ้น จึงทำให้มีการสืบทอดประเพณีทำขวัญช้างและเลี้ยงช้างสืบต่อมาเป็นปีที่ 21 แล้ว

“สำหรับพิธีรับขวัญช้างนั้นครูหมอเจิมหน้าผากช้าง ประพรมน้ำมนต์และเลี้ยงอาหารช้าง ซึ่งช้างทั้ง 20 เชือกมีมูลค่ารวมกันกว่า 40,000,000 บาท โดยส่วนใหญ่ใช้ทำงานด้านการท่องเที่ยวและมีบางส่วนยังใช้ลากไม้ยางพารา และเจ้าของช้างไม่เคยขายช้างให้กับใครเพราะอยากให้ลูกหลานมาสืบทอดกิจการและด้วยความชอบความผูกพันที่มีต่อกันมานาน ทำให้ช้างทุกเชือกอ้วนท้วนสมบูรณ์และเชื่องมาก โดยมีช้างเพศผู้จำนวน 8 เชือกส่วนอีก 13 เชือกเป็นช้างเพศเมีย” นายเหม กล่าว

นายเหม กล่าวอีกว่า การทำพิธีในวันนี้เป็นการทำบุญ 1 ปีทำ 1 ครั้ง ในช่วงเดือน 6 หรือเดือน 9 ข้างขึ้น ซึ่งตนเองมีความเชื่อว่า ของรักควรทำให้ช้างกินสักครั้ง เนื่องจากช้างคอยช่วยเหลือสร้างรายได้ให้ และช้างที่ตนเองมีจะเน้นทำทัวร์และเชื่อว่าจะทำให้เสริมความเป็นสิริมงคล ทำมาหากินคล่องและช้างไม่ดุร้าย ไม่ก่อปัญหาใด ๆ และไม่เคยขายช้างของตนและจะให้ลูกหลานดูแลต่อ จากที่เลี้ยงช้างมาช้างก็ไม่เคยดุร้ายหรือตกมัน หรือทำร้ายใครเลย และทำบุญทุกปีก็คึกคักอย่างนี้เสมอ


