หน้าแรก ภูมิภาค ‘บิ๊กอู...

‘บิ๊กอู๋’ ตรวจแรงงานต่างด้าวขึ้นทะเบียนที่ศูนย์โอเอสเอสอุดรฯ ลั่นต้องทำตามขั้นตอน

23.04.18 | 14:43 น.

เมื่อวันที่ 23 เมษายน พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ไปตรวจเยี่ยมการดำเนินการของศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ หรือศูนย์โอเอสเอส เฟส 2 ที่สำนักงานจัดหางาน จ.อุดรธานี โดยมี นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี นายอภิชาติ วงศ์กาฬสินธุ์ นักวิชาการแรงงานชำนาญการพิเศษ รักษาการจัดหางาน จ.อุดรธานี ตัวแทนหน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงาน พร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆ ที่ประจำศูนย์โอเอสเอสชี้แจงผลการลงทะเบียนแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ ในพื้นที่

นายอภิชาติ กล่าวว่า จ.อุดรธานี มีเป้าหมายแรงงานต่างด้าว 832 คน แต่ขอลงทะเบียน 988 คน แบ่งเป็นลาว 599 คน พม่า 238 คน และ กัมพูชา 151 คน ผ่านการพิสูจน์สัญชาติได้รับอนุญาตทำงาน 2 ปี 604 คน เป็นลาว 304 คน พม่า 221 คน และกัมพูชา 97 คน ยังไม่ได้พิสูจน์สัญชาติ ที่ต้องดำเนินการในวันที่ 23 เมษายน- วันที่ 30 มิถุนายน 2561 จำนวน 384 คน เป็นลาว 295 คน พม่า 17 คน และกัมพูชา 72 คน

“ได้แจ้งนายจ้างทางโทรศัพท์ให้พาไปพิสูจน์สัญชาติให้เสร็จโดยเร็ว เนื่องจากขั้นตอนใช้เวลานาน และกลับมาทำทะเบียนประวัติให้ทันกำหนด ทั้งนี้แรงงานสัญชาติลาว ส่วนใหญ่ไม่ต้องการไปตรวจพิสูจน์ฯ ที่ศูนย์การค้า ไอที.สแควร์ กรุงเทพมหานคร จะขอกลับไปพิสูจน์สัญชาติประเทศต้นทาง การไปทำเอกสารใหม่จะสะดวกกับการเดินทาง ต้องใช้เวลาราว 20-30 วัน อาจจะกลับมาไม่ทันตามกำหนด ส่วนแรงงานสัญชาติพม่า และกัมพูชา จะไปตรวจพิสูจน์ฯ ที่ อ.ปากน้ำ จ.สมุทรปราการ และเขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ เมื่อเอกสารพร้อมจะทำทะเบียนได้ใน 1 ชั่วโมง” นายอภิชาติ กล่าว

Advertisement

ด้าน พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า ล่าสุดศูนย์โอเอสเอส จ.อุดรธานี เหลือแรงงานต่างด้าวขึ้นทะเบียน 384 คน ซึ่งวันนี้มีการพิสูจน์สัญชาติ 98 คน เหลืออีก 300 คน ได้เร่งรัดให้ดำเนินการส่วนที่เหลือให้เร็วที่สุด เพราะขั้นตอนต่างๆ เช่น การตรวจโรค ได้ดำเนินการไปแล้ว ในส่วนที่เหลือที่เป็นชาวลาวกว่า 200 คน แนะนำให้ดำเนินการที่ฝั่งลาวจะสะดวกกว่า คาดว่าจะแล้วเสร็จในปลายเดือนพฤษภาคมนี้

“ส่วนปัญหาอุปสรรคที่เหลือ ก็คงเกี่ยวข้องกับแรงงานที่ยังไม่พิสูจน์สัญชาติเท่านั้น โดยต้องประสานให้แรงงานดำเนินการโดยเร่งด่วน ซึ่งชาวลาวที่จะกลับไปทำเรื่องที่ฝั่ง สปป.ลาว สะดวกกว่า ส่วนแรงงานชาวกัมพูชา และพม่า แนะนำให้ไปดำเนินการที่ศูนย์พิสูจน์สัญชาติที่กรุงเทพฯ ส่วนเรื่องที่แรงงานลาวที่ยังไม่พิสูจน์สัญชาติ ที่จะมาทำงานแบบเช้าไปเย็นกลับ เพื่อรอการดำเนินการพิสูจน์สัญชาตินั้น ยืนยันว่าไม่มีนโยบาย โดยแรงงานต่างด้าวทุกคนจะต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่มีอยู่” พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าว

นางชาวยี หรือแก้ว แยม อายุ 24 ปี ชาวพะตะบอง กัมพูชา ซึ่งไปขอขึ้นทะเบียนพิสูจน์สัญชาติ ให้สัมภาษณ์ว่า เป็นกรรมกรก่อสร้างในไทยกว่า 8 ปี ปัจจุบันสมาชิกในครอบครัวทั้งหมดทำงานในกรุงเทพฯ ส่วนตนทำงานกับสามีคนไทย ที่บ้านอุ่มจาน ต.อุ่มจาน อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี และว่าได้ไปติดต่อทำเอกสารหลายครั้งแล้ว แต่ยังไม่เรียบร้อย แต่เชื่อว่าครั้งนี้น่าจะเป็นครั้งสุดท้ายหากเอกสารครบ