หน้าแรก ภูมิภาค เสียงสะท้อน &...

เสียงสะท้อน ‘ปลาร้า’ ยังไม่จางหายจากตลาดชุมชนเมืองชัยนาท (มีคลิป)

23.04.18 | 17:27 น.

สืบเนื่องจากราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กําหนดมาตรฐานสินค้าเกษตร : ปลาร้า ตามพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ.2551 โดยคณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตร เห็นสมควรกําหนดมาตรฐานสินค้าเกษตร เรื่อง ปลาร้า เป็นมาตรฐานทั่วไป ให้ได้คุณภาพ มาตรฐาน และปลอดภัย โดยสรุป “มาตรฐานปลาร้า” ขึ้น จะต้องมีคุณสมบัติ เนื้อปลามีสีชมพูอ่อน ส้มอ่อน เหลืองอ่อน น้ำตาลอ่อน ไม่มีพยาธิหรือสิ่งแปลกปลอม ห้ามใส่สีและวัตถุกันเสีย หนังปลาคงรูปไม่ฉีกขาดนั้น


ล่าสุดเสียงสะท้อนจากแม่ค้าปลาร้าจากตลาดภาษีซุงในตัวเมืองชัยนาท เจ้าของร้านแม่ชม้อย ให้ความเห็นว่า มาตรฐานปลาร้าที่กำหนดออกมานั้น หลายข้อดูเหมือนจะบีบคั้นจนเกินไป และทำได้ยาก อย่างเช่นข้อที่ระบุว่า “หนังปลาคงรูปไม่ฉีกขาด” บอกได้เลยว่าทำได้ยาก เพราะปลาร้าคือปลาที่ผ่านกระบวนการหมัก การที่หนังจะคงรูปสวยงาม 100 เปอร์เซ็น นั้นทำได้ยากมากๆ

“มองโดยภาพรวมแล้วมาตรฐานที่กำหนดออกมา เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับโรงงานใหญ่ที่มีเครื่องมือทันสมัยมากกว่า และเป็นการกีดกันปลาร้าที่ชาวบ้านหมักขายกันเอง จะทำตามมาตรฐานที่ว่าได้ยาก ทำให้ต่อไปชาวบ้านที่มีอาชีพทำปลาร้า ขายเป็นรายได้ภายในครัวเรือนคงจะลำบากเพราะอาจจะวางขายไม่ได้”

Advertisement

ส่วนผลกระทบกับร้านขายปลาร้าในขณะนี้ยังไม่มีผลมากนัก ลูกค้าส่วนใหญ่เข้าใจ คุ้นเคยกับปลาร้าที่บริโภคกันอยู่ในปัจจุบัน บางครั้งอาจจะพบหนอนหรือหนังปลาเปื่อยยุ่ยบ้าง แต่ลูกค้าก็ยังให้ความมั่นใจที่จะซื้อไปรับประทาน

ลูกค้ารายหนึ่งกล่าวว่า ชอบรับประทานทั้งปลาร้าดิบและปลาร้าสุก ภาพของปลาร้าที่มีหนอนไต่ หรือหนังเปื่อยยุ่ย หรือเนื้อปลาเป็นสีเทาจะเป็นที่ชินตา วันนี้อายุกว่า 50 ปี แล้ว ยังไม่เคยปรากฏว่าเจ็บป่วยเพราะการรับประทานปลาร้า จึงรู้สึกเฉยๆ กับการกำหนดมาตรฐานปลาร้า ถ้ากำหนกมาตรฐานเพื่อการส่งออกก็น่าจะส่งผลดี แต่ถ้ากำหนดเพื่อใช้กับตลาดภายในประเทศหรือตลาดชุมชน หากปลาร้าไม่ได้มาตรฐานห้ามวางขายนั้น ไม่เห็นด้วยอย่างแน่นอน เพราะเหมือนเป็นการจำกัดสิทธิของชาวบ้าน

“หากมีการกีดกันปลาร้าด้วยการยกมาตรฐานมาเป็นเกณฑ์การเข้าสู่ตลาด เท่ากับตัดมือตัดเท้าชาวบ้านที่มีอาชีพหาปลาและทำปลาร้าขาย เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับนายทุนรายใหญ่ที่มีเงินทำโรงงานซื้อเครื่องมือทันสมัยมาทุ่มตลาด แน่นอนราคาปลาร้าจะขยับสูงขึ้นเมื่อผู้ผลิตน้อยลงตามกลไกตลาด ผู้ที่ได้รับผลกระทบตามมาคือผู้บริโภคเองที่ต้องก้มหน้าทนซื้อปลาร้าแพงรับประทาน”