หน้าแรก ภูมิภาค หนุ่มโคราชใช้...

หนุ่มโคราชใช้เฟซบุ๊กระดมเงินช่วยตายายได้ที่อยู่ใหม่

25.04.18 | 12:55 น.

วันที่ 25 เมษายน ที่ จ.นครราชสีมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พบเพิงสังกะสีขนาดเล็กที่สร้างพอคุ้มแดดคุ้มฝนไปวันๆ อาศัยผ้าห่มกั้นเป็นฉากกันลมและฝุ่น เป็นที่อยู่อาศัยของนายสอิ้ง พันทา วัย 64 ปี หรือคุณตาสอิ้ง และครอบครัวคือ นางสมพร เลี้ยงรอด วัย 54 ปี ที่ป่วยเป็นโรคเส้นเลือดในสมองตีบ ส่งผลให้ร่างกายซีกซ้ายอ่อนแรงไม่สามารถเดินเหินและทำงานได้สะดวก พร้อมกับหลานสาววัย 6 ขวบอีก 1 คน ภาระทั้งหมดทั้งเรื่องค่าใช้จ่าย การหุงหาอาหารและงานบ้านงานเรือนจึงตกอยู่ที่คุณตาสอิ้งเพียงลำพัง เพราะหลานสาวก็ยังเล็กเกินไป

ทั้งนี้ พบว่าเพิงพักดังกล่าวมีนายสุภาพ สนครบุรี อายุ 20 ปี หนุ่มวัยรุ่นบ้านหนองใหญ่พัฒนา ต.ครบุรี จ.นครราชสีมา เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงประกาศเชิญชวนเพื่อนพ้องน้องพี่ผ่านเฟซบุ๊กและสื่อออนไลน์ต่างๆ บริจาคเงินสมทบช่วยเหลือเพื่อสร้างที่อยู่อาศัยให้กับครอบครัวนี้ โดยอาศัยพื้นที่ว่างของญาติพี่น้องให้เป็นสถานที่สร้างเพิงพักพิงชั่วคราว จนข่าวแพร่สะพัดออกไปมีผู้มีจิตศรัทธาบริจาคข้าวสารอาหารแห้ง พร้อมทั้งเงินมาสนับสนุนให้การช่วยเหลือจำนวนหนึ่ง รวมถึงมีผู้ใจบุญบริจาคที่ดินจำนวน 4 ไร่ ให้ครอบครัวนี้ได้อยู่อาศัยและใช้ประกอบอาชีพเลี้ยงตัวเองได้อย่างยั่งยืนด้วย โดยล่าสุดมีการระดมกำลังแรงกายแรงใจจากชาวบ้านในพื้นที่และผู้ที่ต้องการให้ความช่วยเหลือ เพื่อเตรียมนำเงินที่บริจาคที่ได้มากกว่า 20,000 บาท เริ่มดำเนินการก่อสร้างบ้านให้กับครอบครัวนี้ในเร็ววัน

นายสอิ้งกล่าวว่า ตนเองต้องระเห็จระเหเร่ร่อนตั้งแต่เมื่อยังอายุได้ 10 ขวบเศษ เนื่องจากพ่อแม่ต้องมาตายจากไป อาศัยอยู่กับครอบครัวญาติพี่น้องจนกระทั่งเข้าสู่วัยหนุ่มจึงตัดสินใจออกหารับจ้างทำงานจิปาถะในบ้านเกิดที่อำเภอปากช่อง จ.นครราชสีมา ก่อนจะเดินทางเข้าไปหางานทำยังเมืองกรุงเป็นกรรมกรรับจ้างทั่วไป ได้เงินพอเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง เคยมีครอบครัวมาแล้วครั้งหนึ่งมีลูกด้วยกันสองคน แต่ภรรยาก็หอบลูกหนีไปทิ้งไว้ให้ตนเองอยู่เพียงลำพัง ก่อนจะมีนายจ้างรับมาทำงานด้วยในพื้นที่อำเภอครบุรี อยู่อาศัยในพื้นที่นายจ้างนานนับสิบปีจนมีครอบครัวใหม่คือนางสมพร ที่มีหลานสาวติดมาด้วย แต่เมื่อสังขารของตนเองร่วงโรยก็ไม่สามารถทำงานให้นายจ้างได้ จนต้องจำใจลาออกมาจากงาน จึงทำให้ไม่มีที่อยู่ สมบัติติดตัวก็ไม่มี ซ้ำร้ายภรรยาก็ต้องมาล้มป่วยเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก แต่ก็ยังโชคดีที่มีเจอกับครอบครัวของนายสุภาพ ที่ได้ให้อาศัยอยู่ในพื้นที่ เดิมทีต้องอยู่ในเพิงเก่าๆ ไม่มีฝากันแดดกันลม หลังคารั่ว แต่เมื่อเริ่มมีคนรู้เห็นกับสภาพของครอบครัวตนเองก็เริ่มมีผู้เข้ามาให้ความช่วยเหลือทั้งภาครัฐเอกชน เพื่อนบ้านและอีกหลายๆ คน จนมาได้เพิงอาศัยในปัจจุบัน จึงอยากขอบคุณทุกๆ คน ที่ช่วยเหลือโดยเฉพาะนายสุภาพที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงมาโดยตลอด