เมื่อวันที่ 27 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ร้านหลองข้าวลำ ยุ้งข้าวล้านนา เวียงกุมกาม อ.สารภี จ.เชียงใหม่ กลุ่มองค์กรและศิลปินในพื้นที่ร่วมกันจัดงาน ‘ผูกขวัญ ปลอบป่า และงานเลี้ยงขอบคุณคณะทำงานจิตอาสาทวงคืนผืนป่าดอยสุเทพ’ อาทิ นายชัชวาล ทองดีเลิศ นายธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ นายเฉลิมพล แซมเพชร นายบัณรส บัวคลี่ ผศ.ดร.วสันต์ จอมภักดี เพื่อให้กำลังใจที่ออกมาเคลื่อนไหวแทนประชาชน ภายใต้บรรยากาศการพูดคุยปลอบขวัญแบบพื้นเมืองล้านนา
โดย ผศ.วิลักษณ์ ศรีป่าซาง ผู้เชี่ยวชาญล้านนาคดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ได้อ่านบทกวี ‘ปลอบป่า’ ใจความว่า..
ฟ้าเดือน เมษา ฟ้าสีหมอง
พิโยค โศกครอง ขุ่นข้องไฉน
เหมือนฟ้า ดายเดียว ฟ้าเปลี่ยวหทัย ดอยจึงหมอง พ้องไพร เหมือนใจฟ้า
จึงน้อมเก็บ ทิพผกา จากป่าเศร้า
รัอยเร้า จาวใจ คล้องใจป่า
ที่ทบท่าว ด่าวดิ้น เหมือนสิ้นชะตา
อย่าหม่นหมาง ค้างคา – คงค่าแค้น
เถอะนะ – มิ่งไม้ มหามิตร
จะผูกจิต เจิมใจ ในอ้อมแขน
ขวัญเจ้า อย่าร้างขวัญ ร้อยขวัญแทน
จะรักแน่น เนิ่นรัก พิทักษ์คุณ

ต่อด้วยนายบฤงคพ วรอุไร หรือ อาจารย์โจ อาจารย์สอนดนตรี วิทยาลัยดุริยศิลป์ มหาวิทยาลัยพายัพ กล่าวต้อนรับคณะทำงานว่า ขอเป็นแรงหนุนและให้กำลังใจ ด้วยความห่วงใยแกนนำที่อาสาเปิดหน้าออกมาทวงคืนผืนป่าจากภาคีต่างๆ รวม 26 คน ที่อาจจะเริ่มเหนื่อยล้า เพราะแรงเสียดทานที่มากมาย ในฐานะคนเชียงใหม่ไม่อาจละเลยต่อสิ่งที่เกิดขึ้น และในฐานุคนดนตรีจึงขอมอบอาหารและการแสดงที่ดีที่สุด ด้วยบรรยากาศสวยงาม สงบ สบาย เรียบง่ายที่สุดให้เหล่าผู้เสียสละ ได้ผ่อนคลายและเป็นการขอบคุณที่เป็นตัวแทนพวกเราในการทวงคืนผืนป่า
หลังจากนั้นพ่อครูศรีเลา เกษพรหม อาจารย์แห่งคลังข้อมูลจารึกล้านนา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประกอบพิธีผูกขวัญด้ายสีเขียวให้กับคณะทำงานที่เสียสละแรงกายแรงใจทวงคืนผืนป่าดอยสุเทพ โดยมีบทเพลงอัญเชิญเทวาจาก 16 ชั้นฟ้า 15 ชั้นดิน และผีอารักษ์ตามประเพณีล้านนาออกมาสถิตย์ปกป้องคุ้มครองทุกคน
นายชัชวาล กล่าวว่า รู้สึกขอบคุณมากกับความรักและห่วงใย ซึ่งตอนนี้เรามีสมาชิกเพิ่มเป็น 39 เครือข่ายแล้ว และมีการติดต่อมาจากกรุงเทพมหานคร และภูมิภาคต่างๆ แต่เราขอเฉพาะเครือข่ายในเชียงใหม่ก่อน และอาจจะขอความร่วมมือจากเพื่อนที่หวังดีในอนาคตหากต้องยกระดับการเคลื่อนไหวต่อไป


