หน้าแรก ภูมิภาค ตีนแมวงัดบ้าน...

ตีนแมวงัดบ้าน2ตายายกาฬสินธุ์กลางวันแสกๆเชิดเงินสด-ทองครึ่งล้าน ทิ้งไว้ให้ 20 บาทเป็นเคล็ดโจร

28.04.18 | 11:24 น.

วันที่ 28 เมษายน ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งชาวบ้านหนองบัว หมู่ 6 ต.บึงนาเรียง อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ ว่ามีชาวบ้าน 2 ตายายถูกโจรตีนแมวอุกอาจงัดหน้าต่างบุกเข้าไปขโมยทรัพย์สินในบ้านกลางวันแสกๆ พร้อมกับเชิดเงินสดและทองรูปพรรณรวมมูลค่าเสียหายมากกว่า 600,000 บาท หลบหนีลอยนวล ระบุแจ้งความกับตำรวจท้องที่แล้วยังจับคนร้ายไม่ได้ ทั้งๆ ที่มีเบาะแส จึงเขียนป้ายติดประตูหน้าบ้านขอความเห็นใจให้นำมาคืนก่อนถูกจับดำเนินคดี

ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่บ้านเลขที่ 108 หมู่ 6 ต.บึงนาเรียง อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นบ้าน 2 ชั้น ครึ่งปูนครึ่งไม้ ตั้งอยู่ในย่านชุมชนคุ้มท้ายหมู่บ้าน พบนายสุริยันต์ ภูลาหา อายุ 70 ปี และนางครีม ภูลาหา อายุ 67 ปี สองสามีภรรยาเจ้าของบ้าน ซึ่งอยู่ในอาการท้อแท้สิ้นหวัง เพราะรู้สึกเสียดายทรัพย์สินที่ถูกโจรตีนแมวขโมยไป ซึ่งเป็นเงินสดจำนวน 500,000 บาท พร้อมทองรูปพรรณ มีสร้อยคอ สร้อยข้อมือ แหวน น้ำหนักรวม 7 บาท ราคาประมาณ 140,000 บาท รวมมูลค่าทรัพย์สิน 640,000 บาท ซึ่งทรัพย์สินดังกล่าวเป็นเงินทองที่เก็บออมมาทั้งชีวิต จากการขายอ้อย เบี้ยยังชีพคนชรา และรายได้ของลูกสาวที่ไปขายส้มตำที่กรุงเทพฯ ส่งมาฝากสะสมไว้ในธนาคาร ก่อนที่จะถอนออกมาเมื่อไม่กี่วันก่อน เพื่อที่จะนำไปซื้อที่ดินจากเพื่อนบ้านไว้ให้ลูกทำกิน โดยเก็บไว้ในตู้เสื้อผ้าห้องนอนชั้นล่าง แต่กลับถูกโจรขโมยไปหมด

ทั้งนี้ นายสุริยันต์และนางครีมได้ให้หลานสาวช่วยเขียนป้ายขอความเห็นใจจากหัวขโมยที่เข้ามาลักทรัพย์สิน ก่อนนำไปติดที่ประตูหน้าบ้าน โดยข้อความว่า “โจรจ๋า กรุณาเอาเงินมาคืนยายหน่อยจ้า ยายหมดตัวแล้ว ปล.ถ้านำมาคืน จะไม่เอาความ” พร้อมย้ำว่า ถ้านำเงินและทองรูปพรรณที่ขโมยไปมาคืน ก็พร้อมที่จะให้อภัย หรือหากอยากจะบวชเพื่อไถ่ถอนความผิด ก็ยินดีจะเป็นเจ้าภาพจัดงานบวชให้ เพราะตนเป็นคนใจบุญ ชอบเข้าวัดเข้าวา เหตุที่เกิดถือว่าเป็นกรรมเก่าที่เคยมีต่อกันเมื่อชาติก่อน อย่างไรก็ตาม คาดว่าคนร้ายที่ก่อเหตุน่าจะเป็นวัยรุ่นในพื้นที่ที่รู้ความเคลื่อนไหวและรู้ว่าเก็บเงินทองไว้ในบ้าน จึงฉวยโอกาสตอนที่ไม่อยู่บ้าน ก่อการงัดหน้าต่างหลังบ้านเข้ามาขโมยเงินทองที่เก็บในตู้เสื้อผ้าไป

นางครีมกล่าวว่า เหตุโจรลักลอบเข้ามาขโมยเงินทองดังกล่าว เกิดเมื่อวันที่ 25 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งในวันนั้นไปงานศพญาติที่ จ.ขอนแก่น ขณะที่นายสุริยันต์สามี ไปตรวจสุขภาพตามที่หมอนัด ที่ รพ.สต.ประจำตำบล จึงไม่มีคนอยู่เฝ้าบ้าน และก็ไม่ได้นำเงินทองจำนวนนั้นติดตัวไป หรือเก็บซ่อนไว้ที่อื่น เนื่องจากเป็นความเคยชิน ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุร้ายมีโจรเข้ามาลักขโมย

Advertisement

“ตามที่สอบถามเพื่อนบ้าน ที่ได้ยินเสียงสุนัขในคุ้มเห่า ช่วงเกิดเหตุน่าจะเป็นเวลาประมาณเที่ยงของวันที่ 25 เม.ย. ซึ่งได้เบาะแสผู้ต้องสงสัย เป็นชายรูปร่างผอม แต่งตัวเหมือนคนงานตัดอ้อย สวมหมวกไหมพรมสีน้ำตาลปิดพรางใบหน้า สูงประมาณ 165-170 ซม. ใช้จักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สภาพกลางเก่ากลางใหม่ ไม่ทราบสีแน่ชัด และจำหมายเลขทะเบียนไม่ได้ ขี่ลาดตระเวนในหมู่บ้าน พอสบโอกาสก็จอดห่างจากบ้านเป้าหมายที่ก่อเหตุประมาณ 30 เมตร แล้วเดินอ้อมไปทางหลังบ้าน ก่อนจะใช้มีดพร้าที่ใช้สำหรับตัดอ้อย เป็นเครื่องมือในการงัดลูกกลอนหน้าต่าง แล้วเข้าไปค้นและขโมยเงินทองไปอย่างง่ายดาย เพราะไม่ได้ติดลูกกรง และตู้เสื้อผ้าที่เก็บเงินทองไว้ก็ไม่ได้ใส่กุญแจ” นางครีมกล่าว

นางครีมกล่าวว่า วันนั้นกลับเข้าบ้านประมาณ 2 ทุ่ม พอเข้าไปในบ้านก็รู้สึกเอะใจ เพราะเห็นไฟในห้องเปิดอยู่ ขณะที่ประตูก็ล็อกปิดไว้ จึงไขกุญแจเปิดเข้าไปในห้อง ก็ต้องตกใจเพราะเห็นหน้าต่างเปิดแง้มอยู่ สังเกตลูกกลอนหน้าต่างถูกง้างออก ก็เข้าใจทันทีว่ามีคนร้ายงัดเข้ามาในห้อง และพอสำรวจตู้เสื้อผ้าที่ซ่อนเงินทองไว้ก็เกือบจะเป็นลม เพราะมีร่องรอยการรื้อค้นกระจัดกระจาย ความรู้สึกตอนนั้นเหมือนสติจะแตก เข่าอ่อนทรุด รีบสาละวนค้นหาเงินทองที่เก็บไว้ก็ไม่พบ จะเห็นก็เพียงแบงก์ 20 หนึ่งใบ ที่คาดว่าน่าจะเป็นของคนร้ายที่ทิ้งเป็นหลักฐาน หรือเป็นการวางเคล็ดโจรกรรมของมิจฉาชีพ

ด้าน พ.ต.ท.รัฐพงษ์ ทองชื่นตระกูล รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.ห้วยเม็ก กล่าวว่า คดีดังกล่าวตำรวจ สภ.ห้วยเม็กได้ลงพื้นที่ตรวจสอบตั้งแต่คืนวันที่ 25 เม.ย.ที่ได้รับแจ้ง ซึ่งหลักฐานที่พบมีเพียงมีดพร้าที่วางอยู่บริเวณหลังบ้าน ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นเครื่องทุ่นแรงที่คนร้ายใช้ก่อเหตุโดยงัดหน้าต่างเข้าไปลักทรัพย์สินของเจ้าของบ้าน นอกจากนี้ ภายในห้องที่เกิดเหตุยังพบธนบัตรไทยราคา 20 บาท หนึ่งใบ ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบโดยละเอียดถึงที่มาของหลักฐาน รวมถึงผลพิสูจน์รอยนิ้วมือแฝง

ทั้งนี้ได้จัดกำลังสายสืบลงพื้นที่สืบสวนอย่างต่อเนื่อง แต่เนื่องจากบริเวณบ้านที่เกิดเหตุไม่ได้ติดตั้งกล้องวงจรปิด และขาดพยานหลักฐานแน่ชัด จึงจะต้องใช้เวลาในการตรวจสอบสักระยะ อย่างไรก็ตาม อยากฝากเตือนประชาชนที่หากมีเงินสดหรือทรัพย์สินมีราคา ไม่ควรเก็บไว้ในบ้านหรือพกติดตัว เพราะอาจจะเกิดอันตราย ถูกคนร้ายแย่งชิงและลักขโมยได้ ควรนำไปฝากไว้กับสถาบันการเงินจะปลอดภัยที่สุด หรือหากมีธุระเดินทางไปที่อื่นก็สามารถฝากบ้านไว้กับตำรวจได้ เพื่อความปลอดภัย ไม่ถูกมิจฉาชีพก่อเหตุลักขโมยดังกล่าว