หน้าแรก ภูมิภาค เครือข่าย &#8...

เครือข่าย ‘ขอคืนผืนป่าดอยสุเทพ’ ร่วมแถลงการณ์ คาดพรุ่งนี้ชุมนุมใหญ่ ผู้ร่วมอุดมการณ์ล้น(คลิป)

28.04.18 | 14:53 น.

เมื่อวันที่ 28 เมษายน ที่ศาลาบำเพ็ญบุญ วัดพระนอน (ขอนม่วง) ต.ดอนแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพร่วมแถลงการณ์ก่อนการจัดชุมนุมใหญ่ในเช้าวันที่ 29 เมษายน นำโดยนายธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ นายบัณรส บัวคลี่ นายชัชวาล ทองดีเลิศ นางพิมพ์สุชา สมมิตรวศุตม์ และ น.ส.คำศรีดา แป้นไทย ท่ามกลางความสนใจของสื่อมวลชนและหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ จ.เชียงใหม่

นายบัณรสกล่าวว่า ขณะนี้เครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพมีจำนวนสมาชิกเพิ่มขึ้นจากเดิม 16 เป็น 40 องค์กรแล้ว และจากการประชุมหารือร่วมกันเช้านี้มีการประเมินสถานการณ์และเตรียมการเบื้องต้นพบปัญหาที่ต้องดำเนินการแก้ไขเร่งด่วนหลายเรื่อง โดยเฉพาะจำนวนประชาชนที่จะมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ทำให้เราต้องมีระบบการจัดการที่ดี เพราะคิดว่าวันพรุ่งนี้จะมีพี่น้องมาร่วมแสดงเจตจำนงและเลิกกันไปตามกำหนดอย่างสงบ เรียบร้อย สวยงาม และมีพลัง ซึ่งที่ประชุมมีมติว่าเราจะสร้างปรากฏการณ์ใหม่ออกเป็นความท้าทาย 5 ประการ เรียกว่าเป็นโฉมใหม่ของการชุมนุมของประชาชนจะออกมาอย่างสร้างสรรค์ ประการแรก คือ การชุมนุมของคนที่มีวุฒิภาวะ ประชาชนที่เติบโตแล้ว จะสงบและสวยงาม ทำอย่างไรที่จนกระทั่งคนสุดท้ายที่ออกจากพื้นที่ข่วงประตูท่าแพจะไม่มีขยะแม้แต่ชิ้นเดียว 2.การเคลื่อนขบวนการจะไม่โวยวาย จะสวยงามยิ่งกว่าขบวนแห่ แม้เราจะชุมนุมประท้วง จะสวยงามและมีพลังกดดันทางสังคม ไม่มีการตะโกนโวยวาย เราจะพยายามทำให้ได้ เป็นสิ่งที่เราจะต้องพิสูจน์ 3.สิ่งที่เราจะสร้างในวันพรุ่งนี้คือ ตำนานอีกบทหนึ่งของประตูท่าแพ ที่ผ่านมาเคยมีคนล้นข่วงประตูท่าแพ แต่ครั้งนี้จะล้นอีกครั้งเป็นบันทึกประวัติศาสตร์

4.การชุมนุมวันพรุ่งนี้จะเป็นก้าวแรกและครั้งใหม่ของประเทศไทย คือ จะมีการ ‘ชุมนุมออนไลน์คู่ขนานป่าแหว่ง’ บนท้องถนน เพราะมีพี่น้องที่มาไม่ได้แต่อยากมาร่วมกับเรา เราจึงออกแบบให้มีการแสดงตัวว่าได้มาร่วมชุมนุมกับเรา แม้มาไม่ได้แต่ส่งใจมา โดยการแชร์โพสต์ชุมนุมออนไลน์ ซึ่งขณะนี้สามารถดำเนินการได้แล้ว แชร์หนึ่งแชร์เท่ากับคนหนึ่งคน และเราจะนับจำนวนคนในเวลา 12.00 น. ของวันเดียวกัน ซึ่งแอดมินก็มีความท้าทายว่าจะต้องถึง 10,000 คน เป็นนวัตกรรมการชุมนุมใหม่ และข้อสุดท้าย เราจะเขียวทั้งเวียงเชียงใหม่ เรียกว่าเขียวไสวทั้งเวียง เพราะเชียงใหม่เป็นเมืองเก่า สี่เหลี่ยมคูเมืองที่พญามังรายสร้างไว้ มีอายุมาถึงปัจจุบัน 722 ปี ที่ผ่านมายังไม่เคยเขียวไปทั้งเมือง เราจะมีวิธีการของเราที่หลังเวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ตลอดในเขตคูเมืองเชียงใหม่จะมีสีเขียวไสว ทั้งตามบ้านเรือนประชาชนจะช่วยกันผูกริบบิ้นสีเขียว และผู้คนจะช่วยกันแจกริบบิ้น ทำให้เห็นทั้งเมืองว่าสีเขียวเกิดภาพทั้งมุมสูงและมุมล่าง เป็นความท้าทายมากที่เราคิดจะทำกัน

นายบัณรสกล่าวอีกว่า การเคลื่อนไหววันที่ 29 เมษายน จำนวนคนและเจตนาจะเป็นเครื่องช่วยให้ท่านที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายตัดสินได้ง่ายขึ้น ผู้บริหารประเทศ ฝ่ายปกครองที่ยังคิดว่ายังติดขัดปัญหาอะไรอยู่บ้าง ทันทีที่ภาพออกมาคงทำให้ตัดสินใจโดยเร็ววันและง่ายที่สุด ข้อเสนอเรายืนอยู่ตามมติคือเจตนาสุดท้าย คือ ขอคืนผืนที่ให้กลับมาเป็นป่า ส่วนกระบวนการขั้นตอนขอให้ประกาศเป็นขั้นตอนเป็นโรดแมป และระหว่างที่ติดขัดขอให้เป็น No Man’s Land ก่อน คือ ไม่มีการเข้าไปจัดกิจกรรมใดๆ เพื่อให้กระบวนการดำเนินการไปเรื่อยๆ โดยเราจะมีถ้อยแถลงเจตนาของเราเสนอให้ทุกฝ่ายได้รับรู้

ด้านนายธีระศักดิ์กล่าวว่า เราไม่สามารถประเมินได้ว่าจะมีประชาชนออกมาร่วมกับเราจะล้นมากน้อยแค่ไหน เฉพาะจักรยานไม่ต่ำกว่า 500 คัน จักรยานยนต์ 200 คัน และประชาชนกลุ่มอื่นๆ อีกมากเพื่อคำว่าเขียวทั้งเมืองรับรองได้ เราจะมีทีมการ์ดร่วมกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะอำนวยความสะดวก มีรถพยาบาลคอยจัดการปัญหาต่างๆ ซึ่งวันพรุ่งนี้เรารู้ว่า เราไม่ได้ชุมนุมด้วยความรุนแรง เพราะฉะนั้นโทนการชุมนุมจะอยู่ในเชิงสันติ ซึ่งคนร่วมชุมนุมจะไม่มีอะไรรุนแรงและไม่เกิดขึ้น เพราะทุกคนร่วมใจกันปกป้องดอยสุเทพ เรายินดีที่คนกลุ่มไหนที่จะมาร่วมทวงคืนผืนป่าดอยสุเทพ แม้ว่าจะเป็นฝ่ายไหนก็ช่าง เชื่อว่าจะมากันทุกฝ่าย เราขอร้องว่าเรามีจุดประสงค์เดียวกันที่จะทวงคืนผืนป่า รื้อหมู่บ้านตุลาการเท่านั้น

Advertisement

“ขอร้องแกนนำกลุ่มต่างๆ ที่จะมาร่วมพรุ่งนี้ ป้ายต่างๆ เราจะมีการ์ดคอยตรวจสอบ เราขอนะครับ งานนี้เพื่อดอยสุเทพ เพื่อเชียงใหม่ เพื่อประเทศไทย เพราะฉะนั้นผมเชื่อว่าทุกคนจะให้ความร่วมมือ ไม่มีประเด็นแปลกปลอมเด็ดขาด เราประกาศมาตลอดว่ากลุ่มเราชุมนุมด้วยความบริสุทธิ์ เรามีจุดยืนว่า เราชุมนุมเพื่อทวงคืนผืนป่าดอยสุเทพเท่านั้น ที่ผ่านมาทางทหาร ตำรวจได้คุยกันเรียบร้อยว่าจะมีเจ้าหน้าที่มาดูแลความปลอดภัยค่อนข้างเยอะ และหลังการชุมนุมเสร็จแล้วพรุ่งนี้เราจะแยกย้ายกันไปรอคำตอบ แล้วเราจะบอกอีกทีว่าเราจะให้เดดไลน์วันไหน ครั้งนี้ไม่มีใครมาขอให้ยุติ ทุกคนเห็นด้วยหมด ไม่ว่าตราบใดที่เราชุมนุมเพื่อเจตนาอันเดียวคือทวงคืนผืนป่าดอยสุเทพเท่านั้น ไม่มีปัญหาอื่นเลย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายความมั่นคง ทหาร ไม่มีคุกคามใดๆ ทั้งสิ้น ทุกคนให้ความร่วมมือทั้งหมด” นายธีระศักดิ์กล่าว

นายธีระศักดิ์กล่าวตอบคำถามถึงท่าทีของนายกรัฐมนตรีที่จะตั้งกรรมการเข้ามาดูเรื่องนี้ว่า พรุ่งนี้รอแถลงการณ์ว่าเราจะแถลงว่าอย่างไร คนเชียงใหม่อยากให้เรื่องยุติโดยไว เพราะพรุ่งนี้ท่านดูจำนวนคนมา เราให้เวลาท่านอีกประมาณช่วงหนึ่ง ถ้าไม่ประสบความสำเร็จคนก็จะออกมาอีกเป็นเท่าตัว เจตนาของเราพรุ่งนี้คือคนเชียงใหม่ออกมาเพื่อส่งสัญญาณว่าเราขอร้องว่าอย่ายืดเยื้อ ขอร้องคนที่เกี่ยวข้องว่าอย่ายืดเยื้อ เราอยากจะจบโดยไว ยิ่งจบช้าอย่าคิดว่าพวกเราจะฝ่อ เชื่อว่าทุกวันนี้เครือข่ายองค์กรที่มาร่วมจำนวนเยอะมากๆ จนเราต้องขอร้องว่าให้รอก่อน รอก๊อก 3 ก่อน เพราะฉะนั้น ขอร้องฝ่ายบ้านเมืองนะว่าให้รีบตัดสินใจให้โดยด่วนเพื่อยุติปัญหานี้ เราไม่อยากให้ยืดเยื้อ เราต้องการความสงบของบ้านเมือง แต่ว่าหากท่านยืดเยื้อเราอาจควบคุมมวลชนไม่ได้แล้ว เราไม่มั่นใจว่าหากเยอะขนาดนั้นจะเกิดอะไรขึ้น เราจึงขอร้องว่าช่วยกันเพื่อรักษาความสงบและเพื่อจิตใจของคนเชียงใหม่ ท่านต้องเร่งดำเนินแล้ว

นายชัชวาลกล่าวว่า ส่วนรูปแบบของขบวนที่จะเดินจากประตูท่าแพไปยังอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ว่า เราจะจัดริ้วขบวนแบบล้านนา เริ่มจากขบวนกังสดาล เพื่อบอกกล่าวต่อเทพเทวา อารักษ์บ้าน อารักษ์เมือง ที่ดูแลรักษาบ้านเมืองเชียงใหม่ ตามด้วยคณะสงฆ์ที่แถลงขอบิณฑบาตขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ ขบวนผู้อาวุโสที่ต่อสู้เพื่อดอยสุเทพมายาวนานกว่า 30-40 ปี ถือเครื่องสักการะและริ้วธงเขียว กลองมองเซิง กลองสะบัดชัย ริ้วขบวนจะเป็นสีเขียวทั้งหมด คาดว่าจะสวยงามมากๆ จึงขอเชิญชวนประชาชนเข้าร่วมขบวน ส่วนสองข้างทางก็มีจะขบวนริบบิ้นเขียวเดินคู่กันไป เคลื่อนขบวนจากท่าแพไปยังอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ เพื่อนำเครื่องสักการะและคำปฏิญาณที่จะร่วมกันดูแลรักษาป่าดอยสุเทพแห่งนี้ซึ่งเป็นที่เคารพและศรัทธาของเราเอาไว้ให้ได้ เอาไว้ให้ลูกหลานเป็นประวัติศาสตร์ ซึ่งขบวนดังกล่าวเราจะเรียกว่า ‘ขบวนไหว้สาทวงป่าดอยสุเทพ’

เมื่อเวลา 15.08 น. วันเดียวกัน นายนิคม พุทธา ประธานกลุ่มอนุรักษ์ลุ่มน้ำปิง นำพระสงฆ์ 1 รูป ดร.ทนง ทองภูเบศร์ เจ้าของแคมเปญรณรงค์ผ่านเว็บไซต์ change.org ในหัวข้อว่า ขอให้ศาลอุทธรณ์ ภาค 5 คืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ และนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ร่วมสวดมนต์ภาวนาก่อนเดินธรรมชาติบูชา จากจุดกางเต็นท์หน้าศาลอุทธรณ์ภาค 5 ไปตามถนนคันคลองชลประทาน มุ่งหน้าสี่แยกเชียงใหม่ภูคำ เลี้ยวซ้ายเข้าถนนห้วยแก้ว ผ่านประตูช้างเผือก เลี้ยวขวาเข้าถนนพระปกเกล้า และอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ เพื่อสักการะบูรพกษัตริย์ทั้งสามพระองค์ ให้ช่วยคุ้มครองปกป้องดอยสุเทพ และให้เกิดการเจรจาอย่างมีเมตตา

โดยตลอดเส้นทางมีการแจกริบบิ้นสีเขียวให้กับประชาชนที่พบเห็น พร้อมอธิบายจุดประสงค์ของการออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้ โดยย้ำถึงการร่วมกันอนุรักษ์และดูแลทรัพยากรธรรมชาติ ตลอดจนผืนป่าเอาไว้

หลังจากนั้นคณะนายนิคมได้เดินเท้าต่อไปตามถนนราชดำเนิน เพื่อพบปะทีมงานขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพที่ข่วงท่าแพ สร้างขวัญและกำลังใจก่อนชุมนุมใหญ่ร่วมกันในเช้าวันที่ 29 เมษายนนี้